ไฮไลท์ฟุตบอล : เจาะแนวรับศึกแดงเดือด

84
เรื่อง

ปัญหาเรื่องแนวรับของ ลิเวอร์พูล กำลังมีปัญหาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ขณะเดียวกัน แนวรับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังกลายเป็นจุดแข็ง และพวกเขากำลังมาเจอกันในวันอาทิตย์นี้

เรื่อง

นี่คือเกมแห่งศักดิ์ศรีที่น่าติดตามที่สุดของอังกฤษ เพราะ ทั้งสองทีมต่างมีเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่ แถมยังเป็นศัตรูตัวฉกาจ ที่ยามใดมาเจอกัน เกมจะร้อนแรงทะลักจุดแตกเสมอ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยแห่งชัยชนะของทั้งสองทีมในตอนนี้ นั่นคือเรื่องของเกมรับ ที่มาเจอกันในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์แตกต่างกันพอดี
หากย้อนเวลากลับไปไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ไม่มีใครจะเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมาเยือนแอนฟิลด์ตามโปรแกรม ด้วยอันดับเป็นจ่าฝูงของตาราง เนื่องจากทีมกำลังมีปัญหาฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ การยิงประตูไม่ต่อเนื่อง แถมแนวรับ ยังเป็นจุดที่อ่อนแอที่ถูกคู่ต่อสู้โจมตีเข้าใส่ และได้ผล ทำให้สถานการณ์ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของทีมค่อนข้างล่อแหลม
ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล แม้ว่า จะมีปัญหามากมาย โดยเฉพาะเรื่องอาการบาดเจ็บของแนวรับตัวหลักไม่ว่าจะเป็น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ โจ โกเมซ ขณะที่ โจเอล มาติป ก็ไม่สามารถเล่นติดต่อกันได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในการปรับทัพกองหลัง เพื่อประคองสถานการณ์เรื่อยมา ยังดีที่พวกเขามี ฟาบินโญ่ ที่เคยเล่นตำแหน่งนี้มาบ้างสมัยเป็นผู้เล่นของโมนาโก ทำให้ถูกปรับจากมิดฟิลด์ตัวรับชั้นเยี่ยม กลายมาเป็น เซ็นเตอร์แบ็คจำเป็น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ เดิมทีมีแนวรับที่ลงตัว และเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของพวกเขามาสองฤดูกาล เมื่อ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จับคู่กับ โจ โกเมซ และทำให้ลิเวอร์พูล มีส่วนในการคว้าทั้งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ พรีเมียร์ลีกมาครองได้ แต่เมื่อสองตัวหลักหายไป ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่เสียประตูสูงเป็นอันดับต้นๆ ของพรีเมียร์ลีกไปทันที ยังดีที่ภาพรวมของทีม ยังยอดเยี่ยม และสามารถเบียดอยู่ในอันดับหัวตารางได้อย่างต่อเนื่อง

หงส์

ฟาบินโญ่ คือตัวหลักในแนวรับของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ ซึ่งลิเวอร์พูลหวังว่า จะได้ตัว โจเอล มาติป กลับมาทันเวลา แต่จากการซ้อมล่าสุด ดูเหมือนว่า โอกาสจะเลือนลางไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่เห็นวี่แววในการคืนสนาม และจะทำให้ เขาต้องพลาดการเล่นกับลิเวอร์พูลเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ เกิดอาการบาดเจ็บในการเล่นกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ซึ่งเป็นเกมที่หงส์แดง เสียสถิติชนะรวดในแอนฟิลด์ในฤดูกาลนี้ไป
ลิเวอร์พูล แก้ปัญหาด้วยการหาคู่หูให้กับฟาบินโญ่ หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสองดาวรุ่งอย่าง รีส วิลเลี่ยมส์ และ แน็ท ฟิลลิปส์ ในขณะที่เกมล่าสุดกับเซาแธมป์ตัน ลิเวอร์พูลรองปรับใช้ จอร์แดน เฮนเดอร์สันไปอีกคน ผลปรากฎว่า ทีมดันพ่ายทีมนักบุญเซาแธมป์ตันไปอีก ทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามว่า ในเกมนี้ คล็อปป์ จะยังใช้ กัปตันเฮนโด้ ถอยต่ำมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กอีกหรือไม่ หรือจะเอากลับไปใช้ประโยชน์ในแดนกลางเพื่อช่วยในการบดขยี้คู่แข่งจะเกิดประสิทธิภาพมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ใช้งาน ฟาบินโญ่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะจากตัวเลขผลงานในฤดูกาลนี้ของ แนวรับแซมบ้ารายนี้ ถือว่ามีสถิติอยู่ในอันดับแนวหน้าของทีมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นลูกกลางอากาศ การบล็อค และการอ่านเกม ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังเอาตัวรอดกับผลงานที่ยังไม่ใช่ช่วงสุดยอดได้เสมอมา
ในขณะที่ฝั่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องเกมรับมาก่อน เพราะ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่สามารถแบกภาระหนักไว้ได้คนเดียว คู่หูอย่าง วิคตอร์ ลินเดอร์เลิฟ ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ดีพอที่จะเป็นกองหลังตัวจริงกับทีมยักษ์ใหญ่อย่างปีศาจแดงได้หรือไม่ ก่อนที่ ในระยะหลัง ฟอร์มการเล่นของ เอริค ไบญี่ ดันกลับมาสู่ช่วงพีคได้อีกครั้ง และน่าจะได้ลงเล่นในศึกแดงเดือดครั้งนี้ มีสูงมาก

ผี

จริงๆ แล้ว สถิติการคว้าชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อมี เอริค ไบญี่ อยู่ในทีมตัวจริง จะมีสถิติที่สวยงาม แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บต่างหาก ที่ทำให้ความสม่ำเสมอในการเล่นของเขา ต้องดูตกลงไป และทำให้ดูเหมือนจะหมดอนาคตในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ไปแล้ว
แต่การหวนคืนสนามในรอบนี้ เขากำลังพิสูจน์ตัวเองว่า ทีมไม่จำเป็นต้องไปหาใครที่ไหนมาเล่นคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เพราะเขานี่แหละ ที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงอยู่แล้ว
ถึงตรงนี้ เอริค ไบญี่ ลงเล่นให้กับทีมปีศาจแดง 4 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา ช่วยให้ทีมเก็บชัยได้ 3 นัด และแต่ละนัด ฟอร์มการเล่นของเขา ค่อนข้างโดดเด่น และมีส่วนช่วยให้ทีม กลับมากลายเป็นทีมที่เสียประตูยาก ผ่อนเบาภาระให้กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ดาบิด เด เกอา ได้เป็นอย่างดี
จากฟอร์มการเล่นของ ไบญี่ สร้างความพอใจให้กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการคืนสนามในช่วงที่ถูกที่ถูกเวลา และมีส่วนสำคัญ ที่ทำให้ ยูไนเต็ด เดินหน้าเก็บชัยชนะ อย่างต่อเนื่อง และ เสียประตูยากขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งจบเกมกั บเบิร์นลีย์ พวกเขากลายเป็นทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกในรอบ 3 ปี 4 เดือนทันที รวมทั้ง เป็นทีมที่เก็บชัยชนะมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก หลังจบเกมนัดที่ 17 ของฤดูกาลไปได้อย่างน่าชื่นชม

ผี

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า เขาจะยืนระยะในการลงสนามได้มากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ กับเกมแดงเดือดในสุดสัปดาห์นี้ พวกเขาจะมีชื่อ ไบญี่ จับคู่กับ แม็กไกวร์อย่างแน่นอน ซึ่งนั่นคือความหวังที่จะทำให้ทีมปีศาจแดง หวังเก็บอย่างน้อย 1 แต้ม ออกจากถิ่น แอนฟิลด์ พร้อมกับการยืนระยะในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงจบฤดูกาลอีกด้วย
สถานการณ์ทั้งสองทีม แตกต่างกัน ลิเวอร์พูล ฟอร์มตก แนวรับยังหาจุดลงตัวไม่ได้ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังได้ใจ และแก้ไขจุดอ่อนในแนวรับของตัวเองได้แล้ว การเจอกันครั้งนี้ กองหน้าของทั้งคู่ จะเป็นตัววัดว่าจะทำลายกองหลังคู่แข่งได้อย่างไร เป็นสิ่งที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
ใครจะอยู่ใครจะไป ยังตอบไม่ได้ แต่ชัยชนะนัดนี้ เป็นเรื่องศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่นัก แถมยังมีตำแหน่งจ่าฝูง เป็นเดิมพันได้อีกอย่างหนึ่งด้วย เพราะฉะนั้น ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
รับประกันได้ว่า ผืนหญ้าแอนฟิลด์ ในวันอาทิตย์นี้ จะลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล