เปิดตัวอดีตแข้งผี-เรือสัญชาติกาตาร์

162
ยาสเซอร์7

เอ่ยนาม ฮุสเซ็น ยาสเซอร์ จะมีใครจำได้หรือเปล่าว่ากองกลางกาตาร์รายนี้เคยอยู่ในสังกัดของทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว

แต่ก็แน่ล่ะ ใครจะไปจำได้ในเมื่อเขาไม่มีโอกาสได้ลงสนามวาดลวดลายในฟุตบอลลีกให้กับทั้งสองสโมสรดังของ พรีเมียร์ลีก เลยแม้แต่เกมเดียว
 จะอย่างไรก็ช่าง เอาเป็นว่าเรามาฟังการรื้อฟื้นอดีตเมื่อครั้งได้ใช้ชีวิตในเมืองผู้ดีของเขากันดีกว่าทั้งสมัยอยู่ในทีมสำรองของ ผีแดง , การได้ซ้อมร่วมกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในทีม เรือใบสีฟ้า และการหันหลังให้กับทีมชาติกาตาร์

ยาสเซอร์1

 # แข้งแซมบ้าสำหรับป๋าเฟอร์กี้

ในปี 2002 กาตาร์ยังไม่มีสถิติส่งออกนักเตะไปสู่ยุโรป
 แต่จะว่าไป เศรษฐีน้ำมันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในอนาคต พวกเขาจะได้เป็นเจ้าภาพศึกฟุตบอลโลก
มันจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ยาสเซอร์ จะได้ย้ายจากทีม อัล รายยาน ไปร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด
แต่ที่แน่ๆ คนที่ให้ความเอ็นดู ยาสเซอร์ พยายามปลอมแปลงสัญชาติเกิดให้กับเขา
“เรเน่ มิวเลนสตีน ซึ่งดึงผมไปที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนแรกเคยเป็นโค้ชทีมชาติกาตาร์ของผม” ยาสเซอร์ เผย
“เขาบอกกับ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ จิมมี่ ไรอัน (อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด และผู้อำนวยการทีมเยาวชน) เกี่ยวกับตัวผม”
“เขาโชว์วิดีโอของผมให้พวกเขาดู บางเกมผมเล่นให้กับทีมชาติ…แต่เขาบอกตั้งแต่ตอนนั้นว่าผมเป็นนักเตะบราซิล!”
 โชคดีที่ มิวเลนสตีน ไม่ได้พยายามหลอกเจ้านายของเขาแบบเอาจริงเอาจัง
“เรเน่ เป็นคนที่ชอบสนุก และบางทีมันย่อมน่าสนใจกว่าหากเขาจะพูดว่า “ผมมีนักเตะจอมเทคนิคมาแนะนำ” แทนที่จะบอกว่า “โอ้ ผมมีนักเตะจากกาตาร์มาแนะนำ”
“มันเป็นแค่ความสนุกเท่านั้น”
การทดสอบฝีเท้าถูกจัดขึ้น และ แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับมิดฟิลด์คนใหม่สไตล์แซมบ้าทันที
 “ผมต้องการเล่นในยุโรป และผมทำอย่างดีที่สุด (ในการทดสอบฝีเท้า) ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเห็นว่าผมมีความสามารถที่ควรได้อยู่กับทีม และพวกเขาเซ็นสัญญากับผม”
ถึงอย่างนั้น ก็แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นแบบนี้สำหรับทุกคน
ขณะที่ ยาสเซอร์ มองว่าชาติกำเนิดของเขาเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ เขาก็มองถึงสถานการณ์นี้อย่างแตกต่างไปสำหรับเพื่อนร่วมทีมบางราย
 “ยูไนเต็ด คว้านักเตะจีนเข้ามา ตง ฟางโจว แต่คุณคงรู้ว่ามันเป็นเรื่องการตลาดซะมากกว่าสำหรับ ยูไนเต็ด ที่ต้องมีนักเตะจากจีน”
“ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องของฝีเท้า”

ยาสเซอร์2

# โดดเดี่ยวที่เบลเยี่ยม

แต่เพียงไม่นาน ยาสเซอร์ ก็ถูกส่งให้ อันทเวิร์ป ทีมอนุบาลของ ยูไนเต็ด ที่เบลเยี่ยมยืมตัว
และนอกจากจะถูกผลักไสไล่ส่งแล้ว เขายังไม่ได้รับการเหลียวแลจากต้นสังกัดที่แท้จริงอีกด้วย
“ยูไนเต็ด ไม่ได้ใส่ใจพวกเรา” เขาระบุ “พวกเขาไม่ได้เฝ้าติดตามเราเลย ไม่มีอะไรทั้งนั้น บางทีพวกเขาอาจรับฟังรายงานบ้าง”
“มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์เลยเพราะ อันทเวิร์ป หรือกับสโมสรอื่นๆก็ตามที พวกเขาอาจคิดว่า “หากพวกที่ถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวทำผลงานได้ดี ทีมต้นสังกัดก็จะดึงพวกเขากลับไป หรือส่งพวกเขาไปอยู่กับอีกสโมสร และจากนั้นพวกเราก็จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาอีก พวกเขาไม่ใช่นักเตะของเรา”
อย่างไรก็ดี ยาสเซอร์ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในซีซั่นแรกที่เบลเยี่ยม แต่จากนั้นเรื่องราวก็เลวร้ายลงในซีซั่นที่สอง
 “มิวเลนสตีน พยายามทำเพื่อพวกเรามากขึ้น และเราพยายามใกล้ชิดกับ ยูไนเต็ด ให้มากขึ้น แต่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาอีกต่อไป”
 ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น อันทเวิร์ป กระเสือกกระสนต่อการต้องตกชั้นซะด้วย
“เราไม่รู้สึกสบายใจที่ต้องลงเล่นให้กับสโมสรภายใต้สถานการณ์แบบนั้น” ยาสเซอร์ เอ่ย “อันทเวิร์ป มีกลุ่มแฟนบอลที่ดี  พวกเขาสนับสนุนสโมสรอย่างวิเศษ แต่แน่นอนว่าพวกเขามีปัญหา”
ฉะนั้นแล้ว ในเมื่อ อันทเวิร์ป ต้องตกชั้นในท้ายที่สุด ยาสเซอร์ ก็ติดต่อไปหาต้นสังกัด
“ผมถาม ยูไนเต็ด ว่าผมสามารถย้ายแบบยืมตัวไปอยู่กับทีมที่ดีกว่าได้หรือเปล่า ผมคิดว่าผมอยู่ในเบลเยี่ยมมาสองปีแล้ว ผมคิดว่าผมอยู่ห่างไกลจาก ยูไนเต็ด และลีกอังกฤษมากไป”
“ผมบอกว่า “ขอให้ผมมองหาทีมอื่นได้มั้ยเพราะผมคิดว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับผมที่ต้องเล่นอยู่กับทีมที่ตกชั้น”
แต่พลันที่คำขอถูกปฏิเสธ ยาสเซอร์ ก็ตัดสินใจอำลาสโมสร
กระนั้นก็ตามที ปี 2004 ยังจัดว่าเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเขาในเมื่อเดือนธ.ค.เขาช่วยให้กาตาร์คว้าแชมป์กัลฟ์คัพเป็นหนที่สองในแผ่นดินเกิด
“อาชีพของผมเริ่มต้นอย่างจริงๆจังๆด้วยการคว้าแชมป์กัลฟ์คัพที่โดฮา”

# แมนฯ ซิตี้ ปราดเข้ามา

ในปี 2005 ดาวดังหลายรายพากันย้ายมาค้าแข้งที่กาตาร์ ไม่ว่าจะเป็น แฟร้งค์ และ โรนัลด์ เดอ บัวร์ , กาเบรียล บาติสตูต้า และรวมถึง อาลี เบนาร์เบีย อดีตขุนพลทีม แมนฯ ซิตี้
แต่สำหรับ ยาสเซอร์ ซึ่งได้แชมป์รายการใหญ่ในกาตาร์ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นแล้ว ยุโรปยังคงเป็นเป้าหมายที่เย้ายวน
ด้วยเหตุนี้ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 เขาจึงจรดปากกากับอีกสโมสรของเมืองแมนเชสเตอร์
“เบนาร์เบีย คือเหตุผลที่ทำให้ผมย้ายออกจากไซปรัสมาที่ อัล ซาดด์ และตามด้วย แมนฯ ซิตี้” ยาสเซอร์ รำลึก
“แต่ผมไม่ได้เซ็นสัญญาเพราะเขา ผมต้องทดสอบฝีเท้า ผมทำได้ดี ผมยิงประตู แม็คเคิ่ลส์ฟิลด์ ได้ในเกมแรกของผม หลังจากผมร่วมซ้อมได้แค่สองวันเท่านั้น”
“สจ๊วร์ต เพียร์ซ (ผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้ ในเวลานั้น) ตัดสินใจเซ็นสัญญากับเขาหลังจากผ่านไปแค่สามวัน”
“สำหรับผม มันเป็นประสบการณ์ใหม่อีกครั้งที่ได้เล่นให้กับทีมใหญ่ซึ่งมีดาวดังมากมายอย่าง แอนดี้ โคล และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ผมเคยดูพวกเขาเล่นตอนที่ผมยังเด็ก”
ทว่าในห้วงเวลานั้น ยาสเซอร์ ไม่ใช่นักเตะคนเดียวที่ผละออกจากกาตาร์มาที่ แมนฯ ซิตี้
“ผมเดินทางไปที่เบลเยี่ยมหลังจากลูกของผมคลอดเพราะภรรยาของผมเป็นชาวเบลเยี่ยม และพอผมกลับมาที่แมนเชสเตอร์ ผมก็พบกับ กวาร์ดิโอล่า ในโรงแรมมาร์ริอ็อตต์!” ยาสเซอร์ เล่า
“มันน่าตลกดีเพราะเขาเล่นอยู่ในกาตาร์ และเราได้ดวลกันหนึ่งหรือว่าสองนัด”
กวาร์ดิโอล่า เดินทางมาซ้อมกับ ซิตี้ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมทีมของ ยาสเซอร์ ซึ่งเซ็นสัญญาอย่างถาวรเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ดาวเตะสแปนิชจะมาถึง
“เรานั่งอยู่ในสนามด้วยกันหลังซ้อมเสร็จ กวาร์ดิโอล่า ไม่ได้เซ็นสัญญาเพราะ เพียร์ซ เสนอสัญญาให้เขาแค่หกเดือน เขาบอกว่า “ผมมีครอบครัว…ผมอยากเล่นกอล์ฟ หรือไม่ก็แขวนรองเท้าไปเลย”

ยาสเซอร์3

# ถูกจำกัดโอกาส

ยาสเซอร์ ได้รับสัญญาหนึ่งปีกับ ซิตี้
รามี่ อับบาส เอเยนต์หนุ่มของเขาในขณะนั้น (ปัจจุบันเป็นเอเยนต์ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์) ไม่ชอบใจสัญญา อีกทั้งมีสัญญาที่ดีกว่าถูกส่งมาจากกาตาร์
แต่ ยาสเซอร์ มุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อในยุโรป และสัญญาหนึ่งปีย่อมดีกว่าการไม่ได้รับสัญญา
พอเขาสะสางเรื่อง เวิร์ค เพอร์มิต ได้ในเดือนก.ย.ในไม่ช้าเขาก็พบว่าตัวเองได้เริ่มต้นกับเกมที่เป็นทางการ
เขามีชื่ออยู่ในเกมคาร์ลิ่งคัพ
“แน่นอนว่าเราออกสตาร์ตด้วยขุนพลชุดโรเตชั่น ไม่ใช่ทีมชุดใหญ่” ยาสเซอร์ เผย
“สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ได้ประเดิมสนาม มันเป็นเกมแห่งปีกับ ดอนคาสเตอร์ พวกเขามีกองหน้าร่างสูงสองเมตร! สำหรับผม มันเป็นประสบการณ์ใหม่อย่างแท้จริงในการเล่นให้กับทีมชุดใหญ่”
 “ผมเกือบทำประตูได้ด้วย มันเป็นเรื่องจริง ผมมีโอกาสในช่วงต้นเกม”
“ผมจำได้อย่างแม่นยำ ผมก่อความผิดพลาดแค่ครั้งเดียว ผมลื่นล้มทางกราบขวา และปล่อยให้ลูกโยนที่อันตรายหลุดลอยไป”
สุดท้ายแล้ว ยาสเซอร์ ก็ถูกเปลี่ยนตัวออก และ แมนฯ ซิตี้ ปราชัยในการดวลลูกโทษตัดสิน
จากนั้นอีกไม่ถึงเดือน ดาวเตะกาตาร์ก็มีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่อีกครั้ง
“ผมมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมกับ อาร์เซน่อล ที่ลอนดอน” เขาเล่า “คืนก่อนหน้า เพียร์ซ บอกกับผมว่า เบนาร์เบีย บอกเขาเกี่ยวกับผมว่าผมทำได้ดี ผมปรับตัวได้ และผมทำงานหนักมาก”
“ผมจำได้เช่นกันว่าในคืนนั้น แอนดี้ โคล ป่วย”
“มันเป็นครั้งแรกที่ผมมีชื่ออยู่ในเกมพรีเมียร์ลีก ผมมีความสุขมากเพราะผมเริ่มรู้สึกว่าผมใกล้ชิดกับทีม และมันเป็นสิ่งที่ผมเฝ้ารอ”

ยาสเซอร์5

 # ความสัมพันธ์กับเพียร์ซ

สรุปแล้วมันเป็นครั้งสุดท้ายที่ ยาสเซอร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ แมนฯ ซิตี้ และเขาเสียใจที่ไม่ได้รับโอกาสมากกว่านี้
“ผมได้ลงเล่นให้ เพียร์ซ แค่นัดเดียวเป็นเวลา 70 นาที เขาให้โอกาสกับ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ ซ้ำแล้วซ้ำอีก…ผมไม่ได้รับโอกาสอีกเลย”
“เมื่อผมมาคิดถึงมันในตอนนี้  เพียร์ซ ไม่ใช่โค้ชที่ใช่สำหรับผม สำหรับสไตล์การเล่นของผม เขาชอบการเข้าปะทะ และการเล่นบอลยาว”
“มันเป็นเรื่องที่ กวาร์ดิโอล่า บอกกับผมตอนที่เราคุยกัน เขาบอกว่า “นายไม่มีทางได้เล่นให้กับที่นี่หรอก”
“พอผมถามเขาว่าทำไม เขาบอกว่า “เพราะพวกเขาเล่นบอลโยนยาวไปให้ โคล หรือไม่ก็ วาสเซลล์ จากการสาดบอลของ แดนนี่ มิลล์ส หรือ เดวิด เจมส์ ถ้าฉันได้เล่นให้กับที่นี่ ถ้านายได้เล่นให้กับที่นี่ เราก็จะไม่มีโอกาสได้สัมผัสบอลเพราะพวกเขาต้องการเล่นกันในแนวทางนี้เท่านั้น”
ท้ายที่สุดแล้ว กวาร์ดิโอล่า ก็ได้โอกาสเปลี่ยนปรัชญาที่ว่า แต่ ยาสเซอร์ ต้องใช้ชีวิตกับมัน
ไม่ใช่ว่าอดีตกองกลางมีปัญหาส่วนตัวกับ เพียร์ซ  อันที่จริง ซิตี้ ใส่ใจกับ ยาสเซอร์ มากกว่าที่ ยูไนเต็ด กระทำด้วยซ้ำ
“ผมลงเล่นในเกมทีมชาติ และ เพียร์ซ เข้ามาดู” ยาสเซอร์ ระบุ
“กาตาร์เล่นกับอาร์เจนติน่า มันเป็นหนึ่งในเกมทีมชาติที่ดีที่สุดของผมในการดวลกับ เมสซี่ , ริเกลเม่ , มักซี่ โรดริเกซ…ทั้งหมดล้วนเป็นพวกบิ๊กเนมทั้งนั้น”
“เขาไม่ได้บอกผมว่าเขาเข้ามาดูเกม และมันเป็นความลับเพราะตอนที่ผมกลับมา เขาบอกกับผมว่าเขาแฮปปี้กับฟอร์มของผมมาก และบอกว่าสโมสรหวังมอบสัญญาระยะยาวให้ผม”
“ผมเจ็บนิดหน่อยหลังจากเกมนั้น แต่ผมเล่นต่อเพราะผมต้องการลงสนาม”

 # ออกจากซิตี้เพื่อการก้าวครั้งใหม่

นับจากเดือนธ.ค.สัญญิงสัญญาของการต่อสัญญาดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามนั้น และ ยาสเซอร์ ก็ได้รับข้อเสนอเป็นเงินก้อนโตจาก อัล ซาดด์ ในกาตาร์ด้วย
“บางทีในตอนนั้นผมอาจตัดสินใจผิดพลาดที่ไม่อยู่ในอังกฤษให้นานกว่านั้น” เขาบอก
 “ผมเลือกเส้นทางที่ง่ายเพราะผมมีชื่อเสียงในกาตาร์อยู่ก่อนแล้ว ผมได้เล่นกับนักเตะชื่อดังที่นี่ ผมคิดว่า “ผมจำเป็นต้องได้เล่น”
“หากเป็นผู้คนที่ใช่ เป็นโค้ชที่ใช่ เป็นจังหวะที่ใช่สำหรับผมกับ ซิตี้ มันก็น่าจะเป็นเรื่องราวที่แตกต่างไป”
ซิตี้ จบอันดับที่ 15 ในซีซั่น 2005/06 ขณะที่ ยาสเซอร์ คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในกาตาร์
  ถัดมาเขาได้สัมผัสความสำเร็จกับทีม บราก้า ในโปรตุเกส ตามด้วยอีกสองทีมชั้นยอดของแอฟริกาทั้ง อัล อาห์ลี และ ซามาเล็ค สองสโมสรคู่ปรับในอียิปต์
หลังย้ายจาก อัล อาห์ลี ไปร่วมทีม ซามาเล็ค ยาสเซอร์ ก็คลำเป้าในเกมดาร์บี้แมตช์ได้สามนัดติดต่อกันสำหรับการบู๊กับอดีตสโมสร
“ผมยังเป็นสตาร์ดังตอนที่ผมย้ายไปที่อียิปต์” เขาย้อนอดีตถึงประสบการณ์ที่ได้หวดลูกหนังต่อหน้าแฟนบอล100,000 คนในไคโร
อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในลีกมัมมี่ประจวบเหมาะเข้ากับความผิดหวังที่มากขึ้นในอาชีพพ่อค้าแข้งของ ยาสเซอร์
ความบาดหมางระหว่าง ซามาเล็ค กับทีมชาติกาตาร์ ส่งผลให้เส้นทางการรับใช้แผ่นดินเกิดของ ยาสเซอร์ ยุติลงก่อนเวลาอันควรในศึกเอเชี่ยนคัพปี 2011
และแม้เขาจะกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่” ที่ต้องเลิกเล่นให้ทีมชาติ เขาก็ยอมรับว่ายัง “เสียใจมาก” ที่หันหลังให้กับมาตุภูมิ
“ผมน่าจะเล่นให้ทีมชาติได้ 150 นัด บางทีผมอาจได้รับใช้ชาติต่ออีกห้าหรือหกปี” เขากล่าว

 # อนาคต

ยาสเซอร์ มองย้อนกลับไปถึงอาชีพการค้าแข้งที่ร่อนเร่พเนจรอย่างผสมปนเปทั้งภูมิใจ และเสียใจ
“ผมได้เล่นทั้งในแอฟริกา เอเชีย และยุโรป ไม่ใช่เรื่องดีที่ต้องขึ้นเครื่องบิน และย้ายไปอยู่ในอีกประเทศ และอีกประเทศ การลงหลักปักฐานได้เป็นเรื่องที่สำคัญ”
“เมื่อคุณมองถึงเรื่องต่างๆด้วยมันสมอง  มันก็จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง”
“ผมคิดว่าถ้าผมได้สัญญาที่ยาวขึ้นกับ ซิตี้ ผมก็อาจถูกส่งให้บางทีมยืมตัว ก่อนกลับมาที่ ซิตี้ เพื่อการใช้เวลาที่ยาวนาน
 “แต่ผมก้าวเท้าครั้งสำคัญออกจากกาตาร์เมื่อ 20 ปีก่อน คุณคงยังไม่รู้จักกาตาร์ด้วยซ้ำ แต่ผมก้าวเดินครั้งสำคัญ ผมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้คน”
 “ซิตี้ กับ ยูไนเต็ด ไม่ได้เซ็นสัญญากับผมเพราะผมมาจากกาตาร์ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากาตาร์อยู่ตรงไหน? ผมแสดงให้เห็นว่าผมมีคุณภาพ”
แน่นอนว่าชีวิตต้องเดินต่อไป และตอนนี้ ยาสเซอร์ กำลังคิดว่าเขาสามารถถ่ายทอดประสบการณ์อันล้ำค่าของเขาได้อย่างไร
 “ผมอยากทำงานในยุโรปอีกครั้งกับการเป็นโค้ช บางทีเพื่อความสำเร็จที่ผมไม่ได้รับสมัยเป็นนักเตะ”
“ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย แต่ทำไมผมจะไม่ลองดูล่ะ?”

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล