ไฮไลท์ฟุตบอล : นักบุญในคราบหงส์แดง

455
เซาแธมป์ตัน

เซาแธมป์ตันมักจะถูกแซวว่า เป็นทีมลิเวอร์พูลสาขาสอง เพราะในระยะหลัง ทีมหงส์แดงมักจะไปหยิบตัวผู้เล่นของพวกเขามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง และเป็นนักเตะตัวหลักที่ลิเวอร์พูลเลือกใช้งานอีกต่างหาก ลองไปย้อนดูเรื่องราวของนักเตะเหล่านี้กัน ซึ่งหลายคนยังเล่นและเป็นซูเปอร์สตาร์อยู่ในปัจจุบัน

โจนส์
  1. พอล โจนส์
  • ร่วมทัพลิเวอร์พูล 9 มกราคม 2004
  • ค่าตัว : สัญญายืมตัว
พอล โจนส์ ย้ายมาเฝ้าเสาให้ลิเวอร์พูล ถูกลิเวอร์พูลดึงตัวเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องวิกฤตผู้รักษาประตูบาดเจ็บ เนื่องจากทั้งคริส เคิร์กแลนด์ และ เจอร์ซี่ ดูเด็ค มีปัญหาบาดเจ็บทั้งสองคน และการลงสนามเกมแรกของเขากับลิเวอร์พูล กลายเป็นสถิตินักเตะที่อายุมากที่สุด ที่ลงเล่นให้กับหงส์แดงเป็นนัดแรกนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่สองเลยทีเดียว ขณะนั้น เขามีอายุ 36 ปี 8 เดือน 23 วัน ซึ่งเขามีโอกาสเล่นให้ทีมช่วงสั้นๆ เท่านั้น เมื่อจบฤดูกาล ก็ย้ายจากเซาแธมป์ตัน ไปอยู่กับวูล์ฟแฮมป์ตัน ทันที ซึ่งเขามีโอกาสเฝ้าเสาในลีกให้ลิเวอร์พูลแค่สองนัด
เคร้าช์
  1. ปีเตอร์ เคร้าช์
  • ร่วมทัพลิเวอร์พูล 20 กรกฎาคม 2005
  • ค่าตัว : 7 ล้านปอนด์
ศูนย์หน้าเจ้าของความสูง 201 เซนติเมตร ย้ายจากทีมนักบุญและเปิดตัวกับลิเวอร์พูลไม่แจ่มเท่าไหร่ เพราะกว่าจะยิงประตูแรกให้ทีมได้ ต้องรอนานกว่า 4 เดือน เกมลีกผ่านไปแล้วถึง 19 นัด ทำให้ถูกสบประมาทไม่น้อยทีเดียว และตลอด 3 ฤดูกาลที่เขาเล่นในแอนฟิลด์ เขาไม่เคยยิงประตูให้หงส์แดง(ในพรีเมียร์ลีก) เกิน 10 ประตูเลย แต่เขาคือตัวหลักที่ได้ลงสนามเกือบทุกนัด เพราะกลายเป็นว่าประโยชน์ของความสูงมีส่วนทำให้เชื่อมเกมและใช้ลูกกลางอากาศมาช่วยทีมได้ แต่เขาก็สามารถร่วมคว้าแชมป์เอฟเอคัพร่วมกับทีมได้ 1 ครั้งในปี 2006 และเป็นรองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2007 เช่นเดียวกับรองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกปี 2005
แลมเบิร์ต
  1. ริคกี้ แลมเบิร์ต
  • ร่วมทัพลิเวอร์พูล 2 มิถุนายน 2014
  • ค่าตัว :5 ล้านปอนด์
ถือเป็นนักเตะคู่บุญของทีมเซาแธมป์ตัน เพราะมีส่วนเล่นกับทีมตั้งแต่ลีกวัน, แชมเปี้ยนชิพจนมาถึงพรีเมียร์ลีก สถิติการยิงประตูให้ทีมนักบุญถึง 117 ประตู เป็นสิ่งที่เย้ายวนให้ลิเวอร์พูลไปคว้าตัวมา เพื่อหวังจะเป็นตัวทีเด็ดในแดนหน้า ซึ่ง แลมเบิร์ตที่เชียร์ลิเวอร์พูลตั้งแต่เด็ก ปลื้มกับการได้มาอยู่กับทีมรักเช่นนี้ แต่ดูเหมือนว่า อนาคตของเขาในแอนฟิลด์ ช่างสั้นจริงๆ เพราะแม้จะได้รับโอกาสลงเล่นทุกรายการถึง 36 นัด แต่ยิงประตูได้แค่ 3 ลูกเท่านั้น ทำให้เมื่อจบฤดูกาลแรกและกลายเป็นฤดูกาลเดียวของเขากับลิเวอร์พูล เขาก็จากทีมไปอยู่กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
ลัลลาน่า
  1. อดัม ลัลลาน่า
  • ร่วมทัพลิเวอร์พูล 1 กรกฎาคม 2014
  • ค่าตัว 25 ล้านปอนด์
ช่วงนั้นลัลลาน่าถือเป็นกองหน้าดาวรุ่งของทีมนักบุญ และย้ายตามหลังริคกี้ แลมเบิร์ตมาเพียงไม่กี่วัน ค่าตัวของเขาถือว่าสูงมากในยุคนั้น แต่เด็กฝึกจากเซาแธมป์ตันรายนี้ ทำผลงานได้ดีในชุดนักบุญมาตลอด 8 ปีที่อยู่ที่นั่น และกลายเป็นนักเตะล้ำค่าที่ทำเงินให้ เซาแธมป์ตันอย่างมหาศาล การมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ของ ลัลลาน่า แน่นอนเขาคือตัวหลักที่เล่นได้อย่างโดดเด่น เพราะความขยัน และคล่องตัว ทำให้ยึดตัวจริงของทีมได้อย่างสบายๆ จนระยะหลังต้องหลุดออกจากทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ ไปเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บและเตรียมย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากหมดสัญญา แต่ก็ถือว่าเป็นนักเตะชุดประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2019 รวมถึงชุดรองแชมป์ปี 2018 อีกด้วย นอกจากนี้ยังสะสมบารมีเป็นแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกได้สำเร็จอีกด้วย

ลอฟเรน

  1. เดยัน ลอฟเรน
  • ร่วมทัพลิเวอร์พูล 27 กรกฎาคมคม 2014
  • ค่าตัว : 20 ล้านปอนด์
เป็นอีกหนึ่งแพ็คเกจ มามาพร้อมกันกับ ริคกี้ แลมเบิร์ต และ อดัม ลัลลาน่า ซึ่งลิเวอร์พูลไม่เคยซื้อนักเตะจากสโมสรเดียวกันมาในปีเดียวกันเลยนับตั้งแต่ปี 1991 ซึ่งครั้งนั้น ดึง มาร์ค ไรท์ และ ดีน ซอนเดอร์ส มาจากดาร์บี้ เคาน์ตี้ และทางเซาแธมป์ตัน แม้จะจำใจปล่อยตัวออกมา แต่ก็รู้ดีว่า หากเก็บนักเตะที่ไม่มีความสุขกับทีมแล้ว ก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเก็บตัวไว้ใช้งานต่อ โดยมีเป้าหมายจะใช้งานลอฟเรน แทนที่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่จากทีมไปในปี 2013 ซึ่งเวลานั้นต้องยอมรับว่า ลอฟเรน ถือเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์ ระดับท็อปของพรีเมียร์ลีก ปัจจุบัน เขาคือขุนพลชุดคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่าซูเปอร์คัพและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกมาครอง แต่อนาคตกับหงส์แดง ยังไม่แน่ว่าจะต้องย้ายออกจากทีมหลังจบฤดกาลนี้หรือไม่
ไคลน์
  1. เนธาเนี่ยล ไคลน์
     – ร่วมทัพลิเวอร์พูล 1 กรกฎาคม 2015
     – ค่าตัว : 12.5 ล้านปอนด์
เป็นอีกฤดูกาลต่อเนื่องที่นักเตะเซาแธมป์ตันย้ายค่ายมาลิเวอร์พูล และถือเป็นแบ็คขวาจอมบุกแห่งพรีเมียร์ลีก โดยก้าวขึ้นเป็นตัวหลักในทีมของแบรนดอน ร็อดเจอร์ส ทันที และแม้ว่าจะได้ทำงานกับร็อดเจอร์สไม่นาน ก่อนที่เยอร์เก้น คล็อปป์ จะมาแทนที่ เขาคือนัมเบอร์วัน ในตำแหน่งแบ็คขวาของทีม มาโดยตลอด โชคร้ายแบบสุดๆ ที่อาการบาดเจ็บทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกลงไป และเปิดโอกาสให้กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ดาวรุ่งจากอะแคเดมี่ ขึ้นมาเสียบตำแหน่งแทน และไม่สามารถกลับมายึดตำแหน่งของตัวเองได้อีกเลย จนฤดูกาล 2018-19 ถูกปล่อยตัวให้ บอร์นมัธ ยืมตัวไปใช้งาน อดสัมผัสแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกร่วมกับทีม และโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักในช่วงปรีซีซั่น และไม่ได้กลับมาเล่นให้กับลิเวอร์พูลอีกเลย ซึ่งเขากำลังจะจากทีมไปเพราะหมดสัญญาในฤดูกาลนี้แล้ว
มาเน่
  1. ซาดิโอ มาเน่                                                                                                                                              – ร่วมทัพลิเวอร์พูล 28 มิถุนายน 2016
    –  ค่าตัว : 30 ล้านปอนด์
เยอร์เก้น คล็อปป์ โปรดปรานในตัวซาดิโอ มาเน่ มาตั้งแต่ คุมทีมดอร์ทมุนด์ และชวดการซิวตัวจากเร้ดบูลล์ ซัลบวร์ก มาร่วมงานกันที่ถิ่นเวสต์ฟานเล่น สเตเดี้ยมมาแล้ว งานนี้ คล็อปป์ ไม่ยอมปล่อยโอกาสไป และดึงตัวมาร่วมงานสำเร็จ ทำให้แนวรุกของลิเวอร์พูล ดุดันขึ้นทันที มาเน่ เป็นผู้เล่นที่พัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกฤดูกาล ความเร็วจัด บวกกับการยิงประตูที่เฉียบคม มีส่วนที่ทำให้แนวรุกของเยอร์เก้น คล็อปป์ ถูกยกให้เป็นทีมบุกที่ดีที่สุดในโลกชุดหนึ่งทีเดียวเมื่อได้เล่นกับโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่และโมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ และสามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวร่วม เมื่อฤดูกาลที่แล้วได้สำเร็จ มีส่วนช่วยให้ทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้สองปีติดต่อกัน ก่อนจะมาคว้าแชมป์ในปีที่แล้ว และกลายเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวสูงสุดในทีมชุดปัจจุบันในทีมหงส์แดงชุดนี้คนหนึ่งทีเดียว
ฟานไดค์
  1. เฟอร์จิล ฟาน ไดค์
  – ร่วมทัพลิเวอร์พูล 1 มกราคม 2018
   – ค่าตัว : 75 ล้านปอนด์ (สถิติโลกตอนนั้น)
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ คือปราการหลังที่ก้าวเข้ามาปฏิวัติแนวรับของหงส์แดง ให้มีความแข็งแกร่งขึ้นทันที และกลายเป็นนักเตะตัวหลักที่ทีมลิเวอร์พูลชุดปัจจุบัน จะขาดไปไม่ได้ ความยอดเยี่ยมในการเล่นทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA ในฤดูกาลที่แล้ว และได้อันดับที่สองราวัลบัลลงดอร์ อีกต่างหาก เช่นกัน เขาคือผู้เล่นชุดประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลในการกวาดแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก แถมได้รับการยกย่องให้เป็นเซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งของวงการฟุตบอลในปัจจุบัน และเป็นกัปตันทีมอันดับสามของลิเวอร์พูลชุดนี้ด้วย

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล