หลังจากการรอคอย 30 ปีของ ลิเวอร์พูล สิ้นสุดลง การฉลองแชมป์เริ่มขึ้นท่ามกลางการระบาดของไวรัสวายร้าย แต่เก็บความเสียวไส้เอาไว้ ขอกรี๊ดให้ลั่นสนั่นโลกก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน

เราจะไปย้อนดูกันว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เกิดอะไรขึ้นในแต่ละฤดูกาลของลีกสูงสุดของอังกฤษ และสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก ณ ช่วงเวลานั้น

นี่คือบันทึกช่วงเวลาที่ผ่านมาในรอบ 30 ปีของ ลิเวอร์พูล ที่ควรเซฟไว้เป็นความทรงจำที่เราขอนำเสนอ 3 ตอนติดต่อกัน

#ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1990-91

เป็นฤดูกาลที่เริ่มต้นด้วยความมึนงงของ เดอะ ค็อป เมื่อ เคนนี่ เดลลิช ประกาศลาออกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้ว แกรม ซูเนสส์ ก็เข้ามาแทน
จบอันดับ : 2 ตามหลังแชมป์ 7 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : แชริตี้ ชิลด์
นักเตะหลักซื้อเข้า : เจมี่ เร้ดแน็ปป์ ( 350,000 ปอนด์จากบอร์นมัธ), เดวิด สปีดี้
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : เอียน รัช (26 ประตู)
ผู้จัดการทีม : เคนนี่ เดลกลิช / แกรม ซูเนสส์

#ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1991-92

ลิเวอร์พูล ซื้อ ดีน ซอนเดอร์ส มาด้วยสถิติใหม่ของสหราชอาณาจักร และช่วยให้ทีมของ ซูเนสส์ ได้แชมป์ เอฟเอคัพ แต่เขาก็ต้องถูกหามเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดหัวใจในเดือนเมษายน และการได้อันดับ 6 ถือว่าเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่ปี 1965
จบอันดับ : 6 ตามหลังแชมป์ 18 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : เอฟเอคัพ
นักเตะหลักซื้อเข้า : มาร์ค ไบรท์ (2.2 ล้านปอนด์จากดาร์บี้), ดีน ซอนเดอร์ส, มาร์ค วอลเตอร์ส
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : ดีน ซอนเดอร์ส 23 ประตู
ผู้จัดการทีม : แกรม ซูเนสส์

liverpool93

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1992-93

เปลี่ยนจากดิวิชั่น 1 เป็นพรีเมียร์ลีก แชมป์ตกเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี ขณะที่หงส์แดงยังคงได้อันดับเดิม และคะแนนยิ่งห่างจากแชมป์มากขึ้นเรื่อยๆ
จบอันดับ : 6 ตามหลังแชมป์ 25 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ไม่มี
นักเตะหลักซื้อเข้า : เดวิด เจมส์, พอล สจ๊วร์ต (2.3 ล้านปอนด์จาก สเปอร์ส), สติ๊ก อิงเก้ บียอร์นบี้
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : เอียน รัช (22 ประตู)
ผู้จัดการทีม : แกรม ซูเนสส์

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1993-94

เป็นฤดูกาลที่ย่อยยับมากสำหรับพลพรรคหงส์แดงที่นอกจากจะห่างจากแชมป์ลีกแบบไกลลิบแล้ว ยังโดน วิมเบิลดัน เอาถ้วยเอฟเอคัพไปเสียอีก
จบอันดับ : 8 ตามหลังแชมป์ 32 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ไม่มี
นักเตะหลักซื้อเข้า : ไนเจล คลัฟ (2.75 ล้านปอนด์จาก ฟอเรสต์), นีล รัดด็อค, จูเลี่ยน ดิ๊กส์
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : เอียน รัช (19)
ผู้จัดการทีม : แกรม ซูเนสส์ / รอย อีแวนส์

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1994-95

ฤดูกาลแรกที่ รอย อีแวนส์ ได้คุมทีมเต็มๆ มองเห็นอนาคตได้หลังจากที่กลับมาติดท็อปโฟร์อีกครั้ง และได้แชมป์ลีกคัพ (โคคาโคล่าคัพ)มาครอง สตีฟ แม็คมานามาน ยิง 2 ประตูในรอบชิงกับ โบลตัน
จบอันดับ : 4 ตามหลังแชมป์ 15 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ลีกคัพ
นักเตะหลักซื้อเข้า : ฟิล บ๊าบบ์ (3.6 ล้านปอนด์จาก โคเวนทรี), จอห์น สเกลส์
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (31)
ผู้จัดการทีม : รอย อีแวนส์

liverpool96

Pass-&-Move-96

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1995-96

ช่องว่างระหว่างคะแนนลดน้อยลงเรื่อยๆ ทีมขึ้นไปติดท็อป 3 แต่ปีศาจแดงกลับได้ดับเบิ้ลแชมป์ จากการยิงสุดสวยของ เอริค คันโตน่า ในรอบชิง เอฟเอคัพ ที่เวมบลีย์ ที่นักเตะ “สไปซ์บอยส์” เดินทางไปสนามในชุดสูทสีขาวจนเป็นที่กล่าวขานมาถึงวันนี้
จบอันดับ : 3 ตามหลังแชมป์ 11 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ไม่มี
นักเตะหลักซื้อเข้า : สแตน คอลลีมอร์ (8.5 ล้านปอนด์จาก ฟอเรสต์), เจสัน แม็คเคเทียร์
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (36)
ผู้จัดการทีม : รอย อีแวนส์

liverpool97

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1996-97

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ยิง 31 ประตูให้หงส์แดงลดช่องว่างกับแชมป์ซึ่งก็ยังเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ดี แต่คนที่สร้างชื่อเสียงที่สุดในลีกกลับเป็น ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ ของโบโร่ที่เปิดฤดูกาลมาก็ทำแฮททริก แล้วภาพการถลกเสื้อขึ้นมาคลุมหัวก็กลายเป็นท่ายอดฮิตของเด็กทั่วโลก
จบอันดับ : 4 ตามหลังแชมป์ 7 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ไม่มี
นักเตะหลักซื้อเข้า : แพทริค แบร์เก้อร์ (3.25 ล้านปอนด์จาก ดอร์ทมุนด์)
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (31)
ผู้จัดการทีม : รอย อีแวนส์

liverpool98

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1997-98

ปีนั้นเกิดพ่อมดน้อยขึ้น 2 คนจนโด่งดังไปทั่วโลก คนแรกคือ แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ (หนังสือ) อีกคนก็คือ ไมเคิ่ล โอเว่น ที่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส แต่แชมป์พรีเมียร์ลีกกลับเป็นของผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศส อาร์แซน เวนเก้อร์ กับ อาร์เซน่อล
จบอันดับ : 3 ตามหลังแชมป์ 13 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ไม่มี
นักเตะหลักซื้อเข้า : พอล อิ๊นซ์ (อินเตอร์ มิลาน 4 ล้านปอนด์), คาร์ล ไฮนซ์ รีดเล่
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : ไมเคิ่ล โอเว่น (23)
ผู้จัดการทีม : รอย อีแวนส์

liverpool99

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1998-99

เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์ และเป็นความย่อยยับของ ลิเวอร์พูล ที่โดนทิ้งห่างถึง 25 แต้ม ทำได้แค่ 54 คะแนนเท่านั้น ถือว่าต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรนับตั้งแต่เปลี่ยนระบบมาเป็นชนะได้ 3 แต้ม
เชราร์ อุลลิเย่ร์ เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมร่วม แต่ในเดือนพฤศจิกายน อีแวนส์ ก็ลงจากตำแหน่ง
สตีฟ แม็คมานามาน ตกลงสัญญาใหม่ไม่ได้ ตัดสินใจย้ายแบบไม่มีค่าตัวไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ขณะที่ ฟาวเลอร์ แสดงท่าดีใจแบบสูดผงขาว
จบอันดับ : 7 ตามหลังแชมป์ 25 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ไม่มี
นักเตะหลักซื้อเข้า : ริโกแบร์ ซง (2.6 ล้านปอนด์จาก ซาแลร์นิตาน่า), ฌอน ดันดี, ฌิมี่ ตราโอเร่
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : ไมเคิ่ล โอเว่น (23)
ผู้จัดการทีม : รอย อีแวนส์ / เชราร์ อุลลิเย่ร์

liverpool2000

#พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1999-2000

ลิเวอร์พูล ลงทุนอย่างหนักด้วยการซื้ออาวุธหนัก เอมิล เฮสกี้ มาจาก เลสเตอร์ แต่กลับได้ศูนย์หน้าตัวรับมาแทนซะงั้น ฤดูกาลแรกของ อุลลิเย่ร์ มีนักเตะย้ายออก 13 คนแต่ย้ายเข้าแค่ 8 เท่านั้น และยิงประตูในลีกได้เพียง 51 ประตูเท่านั้น
จบอันดับ : 4 ตามหลังแชมป์ 24 คะแนน
ถ้วยที่ได้ : ไม่มี
นักเตะหลักซื้อเข้า : เอมิล เฮสกี้ (11 ล้านปอนด์จาก เลสเตอร์), ซามี่ ฮูเปีย, สเตฟาน อองโชซ์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, ดิดี้ ฮามันน์
ดาวซัลโว (ทุกรายการ) : ไมเคิ่ล โอเว่น (12)
ผู้จัดการทีม : เชราร์ อุลลิเย่ร์

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล

ช่วยแชร์หน่อยนะ