เส้นทางสู่การเป็น ค็อปคิง ของ คล็อปป์

553

จากจุดเริ่มต้นอาชีพกุนซือกับ ไมนซ์ มาวันนี้อดีตนายใหญ่ทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สร้างชื่อกับถิ่น เมอร์ซีย์ไซด์ ได้อย่างระบือลือลั่น

“ใครที่ทุ่มเทในการซ้อมให้ผมแค่ 99% จะมีปัญหาใหญ่ ทีมของเราจะต้องทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยป่าวประกาศเอาไว้
ก่อนจะย้ายมาคุมทีม ลิเวอร์พูล คล็อปป์ สำแดงเดชพา ดอร์ทมุนด์ ยุติการผูกขาดแชมป์บุนเดสลีกาของ บาเยิร์น มิวนิค มาแล้ว อีกทั้งเคยนำ เสือเหลือง ลงเล่นนัดชิงชนะเลิศถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่น 2012/13 เช่นกัน ก่อนจะประสบความสำเร็จกับ หงส์แดง ในซีซั่น 2018/19
“ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่เมื่อคุณตื่นขี้นมาในโรงแรมระดับห้าดาว ความสะดวกสบายที่มากเกินไปจะทำให้คุณเป็นคนที่ติดความสบาย” กุนซือชาวเมืองเบียร์วัย 52 ปีซึ่งเข้ากุมบังเหียน ดอร์ทมุนด์ ต่อจาก โธมัส โดลล์ เสริม

#คล็อปป์ในฐานะนักเตะ

ในฐานะหัวหน้าโค้ชหรือผู้จัดการทีม เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมือของโลก แต่ในฐานะนักเตะ แน่นอนว่าเขาไม่ได้โดดเด่นอะไรจากที่ตัวเองยอมรับ

Klopp-player

“ผมไปทดสอบฝีเท้ากับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต และผมมองไปรอบๆ “ว้าว พวกเขาเจ๋งมาก” ผมเห็น แอนดี้ โมลเลอร์ เขามีอายุเท่ากับผมในตอนนั้น 19 ปี ผมคิดว่า “ถ้าฟุตบอลเป็นอย่างนี้ ผมก็เล่นในเกมที่แตกต่างไป” เขามีชั้นเชิงระดับโลก ส่วนผม…ไม่มีชั้นเชิงอะไรเลย” คล็อปป์ เอ่ยกับ ราฟาเอล โฮนิคสไตน์ ผู้สื่อข่าวเมื่อปี 2015
ด้วยความเป็นนักเตะพื้นๆ คล็อปป์ ในฐานะนักเตะจึงไม่คู่ควรที่จะได้เล่นให้กับ คล็อปป์ ในฐานะผู้จัดการทีมแน่ แต่แม้จะถ่อมความสามารถของตัวเอง กองหน้าที่เปลี่ยนมาเป็นกองหลังก็ยังมีชื่อติดเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับสามของ ไมนซ์ หลังรีไทร์จากผลงาน 56 ประตูจาก 340 นัด
และกับ ไมนซ์ นี่เอง ที่ทำให้กัปตันทีมขยับไปเป็นโค้ชในเวลาเพียงข้ามคืน
ทุกการเดินทางล้วนมีโอกาสเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอซึ่ง คล็อปป์ เองก็ไม่ต่างกัน และทั้งๆที่ไม่มีประสบการณ์ คล็อปป์ ก็สร้างผลงานจากนักเตะในทีมที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น พา ไมนซ์ เลื่อนขึ้นสู่บุนเดสลีกาได้ในเวลาสามซีซั่น
ความคิดแรกสุดของเขาก็คือเขาเชื่อว่านักเตะของเขาสามารถเอาตัวรอดหนีการตกชั้นได้ ถัดจากนั้นเขาก็ทำให้ลูกทีมบังเกิดความรู้สึก ถึงตอนนี้กุนซือผู้ยิ่งใหญ่ได้ถือกำเนิดแล้ว
เกมแรกที่เขากุมบังเหียน ไมนซ์ จบลงด้วยชัยชนะ 1-0 ที่มีต่อ ดุยส์บวร์ก ทีมที่ถูกมองว่าเหนือกว่า และแน่นอนว่ามันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
จากการพาทีมเก็บได้ 24 แต้มจากทั้งหมด 36 แต้ม โค้ชชาวเมืองสตุ๊ตการ์ทสามารถพาทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จโดยมีแต้มมากกว่าโซนสีแดงสามแต้ม
นอกจากนี้ เขาไม่เพียงพา ไมนซ์ เลื่อนชั้นได้เท่านั้น แต่ยังพลาดเป้าตรงนี้ไปอย่างเฉียดฉิวถึงสองหนอีกด้วย

Jurgen-Klopp

#จากผู้สงสัยเปลี่ยนมาเป็นผู้เชื่อมั่น

คริสเตียน ไฮเดล ผู้อำนวยการกีฬาของ ไมนซ์ ซึ่งเป็นคนกระตุ้นให้สโมสรมอบบทบาทโค้ชให้กับ คล็อปป์ เปิดปากก่อนหน้านัดชิงดำถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2019 ว่ากุนซือคนเก่งเปลี่ยนเมืองที่มีผู้คนใส่ใจฟุตบอลเพียงน้อยนิดให้เริ่มฝันถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่
“เจอร์เก้น จุดประกายให้กับทั้งเมือง เขาทำลายความกดดันด้วยคำพูดของเขา” ไฮเดล เผยถึงสิ่งที่กองเชียร์ ลิเวอร์พูล ได้รับรู้ประสบการณ์นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจากคำพูดประโยคแรกของเขาที่มีต่อสโมสร
“เราต้องเปลี่ยนจากผู้สงสัยเป็นผู้เชื่อมั่นกันแล้วในตอนนี้”
ในฐานะโค้ชของ ไมนซ์ เจ็ดปี บวกกับสมัยเป็นนักเตะอีก 11 ปี นายใหญ่ทีม ลิเวอร์พูล คนปัจจุบันจีงกลายเป็นที่รักใคร่ของชาวเมือง
ก่อนเกมกับ พาเดอร์บอร์น ชาวเมืองที่อัดแน่นกันอยู่ในผับรำลึกความทรงจำที่พวกเขามีต่อ คล็อปป์ เอาไว้ว่า “คล็อปโป้ รู้จักฟุตบอล เราสามารถเห็นได้ตั้งแต่วันแรก” แฟนบอลอธิบาย

klopp-bvb

#ดอร์ทมุนด์ ของ คล็อปป์ กำราบ บาเยิร์น

หลังจบซีซั่นในอันดับ 13 ภายใต้การคุมทีมของ โดลล์ ดอร์ทมุนด์ ก็ต้องการหัวหน้าโค้ชคนใหม่ และเป็น คล็อปป์ ที่ได้รับการแต่งตั้ง
ในการพบปะกับลูกทีมราว 40 ชีวิต บิ๊กบอสคนใหม่ป้ายแดงได้เอ่ยว่า “ผมไม่ต้องการขุนศึก 30 ชีวิต ทุกคนต้องรู้ว่าจะต้องโชว์ฟอร์มออกมาให้ได้ 100% กับที่นี่”
และในที่สุด 17 นักเตะก็ย้ายออกไปในซีซั่น 2008/09 ตามด้วยอีกเจ็ดรายในซีซั่นต่อมา และพอถึงซีซั่นที่สามของเขา ดอร์ทมุนด์ ก็ส่งจูบให้กับนักเตะทั้งสิ้น 38 ราย
ถึงตรงนี้ การโละนักเตะแบบยกชุดส่งผลให้เสือเหลืองได้แชมป์บุนเดสลีกาหนแรกในรอบเก้าปี และมันเป็นการถือกำเนิดของดาวรุ่งนาม มาริโอ เกิตเซ่ และตามด้วย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ศูนย์หน้าโปแลนด์สอยตาข่ายในบุนเดสลีกาได้ 74 ประตูในระหว่างที่้เป็นลูกทีมของ คล็อปป์ พร้อมทั้งได้แชมป์ลีกสองปีซ้อนในซีซั่น 2010/11 และ 2011/12
ที่สำคัญ มันเป็นการโค่นล้มการครองอำนาจในประเทศของ บาเยิร์น ซึ่งเหมาคว้าแชมป์มากถึงเจ็ดครั้งจาก 10 ปี หลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษใหม่
“เขาทำให้ผมตระหนักว่าผมมีความสามารถมากกว่าที่ผมคิดกับตัวเอง เขามองเห็นบางอย่างในตัวผมซึ่งผมมองไม่เห็น” เลวานดอฟสกี้ ระบุเอาไว้เมื่อเดือนพ.ค.2019

#”เดอะ นอร์มอล วัน” เหยียบแอนฟิลด์

ในเดือนต.ค.2015 เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ขาดหายไป หลังพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกแค่สองแต้มในเดือนพ.ค.2014 ขณะที่ซีซั่นต่อมา เร้ด แมชีน กระเด็นออกจากถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่ม อีกทั้งจบอันดับหกในศึกพรีเมียร์ลีกอีก 12 เดือนหลังจากนั้น
ดาวดังหลายรายพากันย้ายออกไป ขณะที่บางรายก็ต้องการไปจากทีม และเมื่อเจ้าของ หงส์แดง ได้ยินว่า คล็อปป์ พร้อมกลับมาทำงานแล้วหลังจากบอกลา ดอร์ทมุนด์ พวกเขาก็ลงมือทันที
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ถูกปลดในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา หลังจากสื่อของเซอร์เบียรายงานว่า คล็อปป์ (และ เซลจ์โก้ บูวัช ผู้ช่วยของเขาในตอนนั้น) กำลังมุ่งหน้ามาที่เมอร์ซีย์ไซด์

euro

“ผมรู้สึกได้ถึงพละกำลังอย่างแท้จริงตอนที่ผมเดินผ่านประตูเข้ามา และผมจะจดจำไปตลอดที่เขาพูดว่าเขาต้องการเปลี่ยนเราจากผู้สงสัยให้เป็นผู้เชื่อมั่น”
“เขามีบารมีอย่างแท้จริง และบันดาลให้นักเตะระเบิดฟอร์มออกมาได้” จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ลิเวอร์พูล เอ่ยถึง คล็อปป์ หลังถูกถามว่ากุนซือชาวเยอรมันเปลี่ยนแปลงสโมสรอย่างไรตอนที่เขามาถึง
แน่นอนว่า คล็อปป์ เป็นมากกว่าจอมกระตุ้นนักเตะ ฟุตบอลในสไตลเฮฟวี่เมทัลของเขาทำลายล้างทีมคู่แข่งไปทั่วยุโรปนับตั้งแต่เขาสามารถตั้งลำกับ ลิเวอร์พูล ได้ และมีนักเตะบางรายที่ไม่เหมาะกับแนวทางของเขา
มีเพียงคนที่แบกรับแนวทางการเล่น “เกเก้นเพรสซิ่ง” ได้เท่านั้นที่ได้ไปต่อ อย่างที่ คล็อปป์ เคยกล่าวเอาไว้ว่าเขาต้องการนักเตะที่ “ควบคุมรถไฟ ไม่ใช่กระโดดขึ้นบนรถไฟที่กำลังแล่นอยู่”
มีอยู่หลายต่อหลายครั้งกับ ลิเวอร์พูล ซึ่ง คล็อปป์ ถูกค่อนขอดเป็นได้แค่ตัวประกอบในลีกอิงลิช อย่างนัดชิงชนะเลิศถ้วยยูโรปาลีกปี 2016 ซึ่ง ลิเวอร์พูล ชวดแชมป์ เช่นเดียวกับนัดชิงดำถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2018 รวมทั้งศึกพรีเมียร์ลีกซีซั่น 2018/19
แต่ที่มาดริดในอีก 12 เดือนต่อมาหลังมีอันต้องอกหักที่เคี๊ยฟ ลิเวอร์พูล ก็อาศัยความเจ็บปวดในความปราชัยเปลี่ยนให้เป็นพลังพาทีมซิวถ้วยยูโรเปี้ยนคัพเป็นสมัยที่หกจนได้
แทนที่จะซึมเศร้าในความพ่ายแพ้ที่มีต่อ เรอัล มาดริด คล็อปป์ ถูกพบว่าหกโมงเช้าในวันต่อมา เขาร้องเพลงกับเพื่อนๆอย่างอารมณ์ดีในวิดีโอซึ่งกลายเป็นไวรัล
“เราเห็นถ้วยยูโรเปี้ยนคัพ มาดริดโชคดีอย่างมหาศาล เราสาบานว่าจะเยือกเย็นเข้าไว้ เราจะคว้ามันกลับสู่ลิเวอร์พูลให้ได้!”
ต่อโมเมนต์นี้ แฟนบอลได้เห็นรัศมีเหมือนที่ ไฮเดล , เลวานดอฟสกี้ และ เฮนเดอร์สัน บ่งชี้เมื่อถูกสอบถามถึงประสบการณ์ที่มีกับคล็อปป์ ทุกคนที่ได้เป็นสักขีพยานการขยี้ บาร์เซโลน่า ที่แอนฟิลด์ได้เห็นกันไปแล้วว่าการร้องเพลงในยามเช้าของคนเมาสามารถนำพาทีมคว้าชัยชนะในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งประวัติศาสตร์ได้
และในขณะที่ ลิเวอร์พูล จ่อได้แชมป์ลีกเป็นหนแรกในรอบ 30 ปี ก็ไม่มีใครสงสัยกันแล้วว่าความสำเร็จที่รออยู่ตรงหน้าเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของผู้ชายที่เปี่ยมไปด้วยออร่านาม เจอร์เก้น คล็อปป์ นี่เอง

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล