การเป็นเจ้าของเครื่องเพชรราคาแพง อาศัยอยู่ในบ้านที่หรูหรา และขับรถคันโก้ย่อมทำให้คนในวงการลูกหนังตกเป็นเป้าถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ และถูกย่องเข้าบ้าน

และตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นกันอยู่เสมอว่าคนดังในแวดวง พรีเมียร์ลีก ถูกโจรใช้มีดจี้บ้าง หรือไม่ก็ใช้ปืนจี้เพื่อให้พวกเขายอมสละสิ่งของอันมีค่า
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ บางรายอาจขัดขืน แถมตอบโต้ใส่พวกมิจฉาชีพอีกด้วย
และนี่คือตัวอย่างของ ฮาร์ดแมน ที่ไม่ยินดีให้โจรหน้าไหนมาลูบคมพวกเขาง่ายๆตามอำเภอใจ

# คาร์ลอส คาร์วัลญัล

คาร์วัลญัล

อดีตผู้จัดการทีม สวอนซี และ เชฟฯ เว้นส์เดย์ ถูกคนร้ายใช้มีดจี้หมายชิงทรัพย์บริเวณหน้าบ้านของเขาเอง
ตอนนั้น คาร์วัลญัล เพิ่งกลับไปถึงบ้านที่โปรตุเกสในเมืองบราก้าช่วงเช้าตรู่ แต่ก็ต้องมาจ๊ะเอ๋กับสามชายฉกรรจ์ที่สวมหน้ากากปกปิดใบหน้าซึ่งปรี่เข้ามาประจันหน้าเขา และเรียกร้องขอเงิน
“ผมเพิ่งเดินทางจากมาเดยร่ากลับมาที่บ้านของผมในบราก้า ผมถูกสามคนร้ายสวมแมสค์จู่โจมเข้าใส่ช่วงเวลาประมาณ 02.15น.” คาร์วัลญัล เผยเหตุระทึก
“สัญชาติญาณของผมบอกให้ผมต่อสู้ แม้มันอาจเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงเกินไป”
“แต่ด้วยความช่วยเหลือจาก โชเซ่ คาร์ลอส ลูกชายของผม เราจึงจัดการเอาตัวรอดมาจากสถานการณ์นั้นได้”
“เรามีบาดแผลถูกมีดบาด และฟกช้ำดำเขียวนิดหน่อย มันไม่ได้ร้ายแรงอะไร”

# ดันแคน เฟอร์กูสัน

ดังค์

ในสังเวียนแข้ง ฉายา “บิ๊กดังค์” บ่งบอกอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าตำนานกองหน้าทีม เอฟเวอร์ตัน มีลีลาการเล่นที่ระห่ำขนาดไหน
ดาวยิงร่างสูง 6 ฟุต 4 นิ้วโดนไล่ออกรวมเก้าครั้งในอาชีพการค้าแข้ง และเคยใช้เวลาอยู่ในเรือนจำมาแล้วสามเดือนข้อหาโขกศีรษะใส่ จอห์น แม็คสเตย์ พ่อค้าแข้งทีม เรธ โรเวอร์ส เมื่อปี 1994
ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว คุณก็ควรไตร่ตรองให้ดีหากคิดที่จะย่องเข้าบ้านของดาวเตะขาโหดชาวสกอตต์
แต่ก็แหงล่ะว่าย่อมมีคนที่ไม่ประสีประสาสองรายบุกเข้าไปในบ้านของเขาเมื่อปี 2001 ช่วงกลางดึก และต้องมานึกเสียใจในภายหลัง
รายหนึ่งวิ่งหนีไปได้ ขณะที่อีกรายถูก เฟอร์กูสัน รวบตัวหลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน
และว่ากันว่าหมอนั่นต้องนอนในโรงพยาบาลนานสามวันเพื่อรักษาตัว

# เซอัด โคลาซินัช

เซอัด โคลาซินัช

ปราการหลังทีม อาร์เซน่อล กลายมาเป็นฮีโร่ของสาวก ท๊อปกัน เมื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีความกลัวอยู่ในหัวใจเลยหลังเข้าเผชิญหน้ากลุ่มคนร้ายที่มีมีดเป็นอาวุธทางตอนเหนือของมหานครลอนดอน
ในตอนนั้น พ่อค้าแข้งชาวบอสเนียอยู่กับ เมซุต โอซิล เพื่อนร่วมทีม แล้วจู่ๆทั้งคู่ก็ถูกกลุ่มคนร้ายประกาศว่าต้องการนาฬิกาข้อมือมูลค่า 200,000 ปอนด์ ของพวกเขา
ทั้งๆที่ไม่ได้อะไรอยู่ในมือ แต่ฟูลแบ็คใจเด็ดกระโดดออกจากรถเมอร์เซเดส จี-แวกอน มาวิ่งไล่คนร้ายให้หนีเตลิดไปได้ แม้มิจฉาชีพจะชูมีดเข้าใส่สองสตาร์ทีมปืนใหญ่
“ผมไม่อยากพูดถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ มันเกิดขึ้นแล้ว มันเป็นอดีตไปแล้ว” โคลาซินัช ซึ่งใช้แค่มือเปล่าต่อกรกับโจรร้ายได้อย่างเหลือเชื่อระบุ

# เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่

เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่

สตาร์ทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส รู้ถึงวิธีเอาตัวรอดเป็นอย่างดี
เป็นที่แน่นอนว่าหลังจากค้าแข้งใน เซเรียอา มาอย่างโชกโชน และได้แผลชนิดนับครั้งไม่ถ้วน เขาก็พร้อมเผชิญกับทุกๆสถานการณ์
ในปี 2012 โบนุชชี่ อยู่กับภรรยา และลูกชายทารกตัวน้อยที่โชว์รูมรถยนต์ในเมืองตูริน และถูกชายสวมหน้ากากรายหนึ่งปรี่เข้ามาหาพร้อมด้วยอาวุธปืน  พร้อมทั้งตะโกนให้เขาถอดนาฬิกาข้อมือ
ทันใดนั้น กองหลังฮาร์ดแมนก็ชกเข้าใส่คนร้าย ก่อนจะวิ่งไล่เขาจนทำให้คนร้ายต้องวิ่งไปขี่สกูตเตอร์หนีไป
แต่ขณะที่พยายามวิ่งหนี โบนุชชี่ โจรชั่วก็ไม่วายตะโกนออกมาด้วยความงุนงงว่า “แกกำลังจะทำอะไร? แกบ้าหรือเปล่า? ฉันจะยิงแกนะ”

# ชิค ชาร์นลีย์

ชิค ชาร์นลีย์

มีอยู่ครั้งหนึ่ง อดีตมิดฟิลด์ทีม พาร์ทิค ธิสเทิ่ล เคยถูกชายสองรายกวัดแกว่งดาบซามูไรต่อหน้า
เหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่างการฟิตซ้อมเมื่อปี 1990 ที่ รูชิลล์ พาร์ค
“เราซ้อมกันอยู่ และราวสิบนาที ผู้หญิงคนหนึ่งก็จูงหมาเดินมา และมันงับเข้าที่ข้อเท้าของเด็กผู้ชาย” ชาร์นลีย์ เล่าถึงเหตุการณ์
“หลังจากนั้น ชายหนุ่มสองคนก็ตรงเข้ามา และเพราะเธอเป็นผู้หญิง เราจึงเข้าไปขวาง พวกเขาจึงจำผมได้”
“พวกเขาตะโกนออกมาด้วยความไม่พอใจ ผมจึงบอกไปว่า “ไปให้พ้นๆ และกลับมาใหม่ตอนเที่ยงครึ่งตอนที่เราซ้อมกันเสร็จ” โดยคิดว่าพวกเขาคงไม่กลับมาหรอก”
“หลังจากนั้นอีกครึ่งชั่วโมง พอเราซ้อมเสร็จ ผมก็เห็นชายสองคนกลับมา ผมจึงอุทานขึ้นว่า “โอ้ ไม่นะ!”
“คนหนึ่งมีดาบซามูไร และอีกคนมีมีดสั้น”
“พวกเขาตรงมาหาผม ผมจึงหยิบกรวยที่ใช้ซ้อมฟุตบอลขึ้นมาเป็นอาวุธ เขาแกว่งดาบมา ดังนั้นผมจึงใช้กรวยตีใส่เขา”
“เขาวิ่งหนี และแทนที่ผมจะหยุด ผมกลับวิ่งไล่ตามเขาทั้งๆที่เขายังมีดาบ แต่ผมแย่งดาบมาได้ ผมจึงชกเขา มันก็แค่นั้น”

# คริส คามาร่า

คริส คามาร่า

กูรูค่าย สกาย สปอร์ตส์ แสดงให้เห็นว่าเขายังวิ่งได้เร็วตอนที่ไล่กวดหัวขโมยในบราซิล
คามาร่า กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่เมื่อเขาเห็นเด็กหนุ่มในวัย 20 ต้นๆวิ่งเท้าเปล่าฉกกระเป๋าไปจากคนที่เดินผ่านไปผ่านมาบริเวณชายหาดของเมืองริโอ
อดีตพ่อค้าแข้งวิ่งไล่ตามทันที และตะครุบหัวขโมยได้ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงจุดเกิดเหตุ
“ยังไม่เสียความเร็ว!!! ผมเพิ่งไล่จับหัวขโมยได้” คามาร่า เผยภาพถ่ายพร้อมระบุข้อความ
อย่างไรก็ดี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแนะนำว่าอย่าทำตามอย่าง คามาร่า
“เรารู้ถึงเหตุการณ์ และเราให้คำแนะนำต่อมร.คามาร่า ไปแล้ว” โฆษกเผย
“ในแง่ของการวิ่งไล่ตามคนร้าย มันเป็นสิ่งที่เราไม่แนะนำให้ทำ”

# มัสซิโม่ เชลลิโน่

มัสซิโม่ เชลลิโน่

แม้แต่เจ้าของสโมสรฟุตบอลก็เป็นพวกฮาร์ดแมนได้
อดีตประธานทีม ลีดส์ ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของทีม เบรสชา เพิ่งต่อกรกับคนร้ายเมื่อไม่นานมานี้
ในวัย 63 ปี เชลลิโน่ จู่โจมใส่คนร้ายซึ่งพยายามปลดนาฬิกาข้อมือไปจากเขาบริเวณหน้าบ้านพักของเขาทางตอนเหนือของอิตาลี
เขาเปิดประตูรถกระแทกใส่จมูกคนร้ายซึ่งพยายามชิงทรัพย์ไปจากเขา และทำเอาหัวขโมยวิ่งแจ้นหนีไปโดยที่ไม่ได้อะไรติดมือไปด้วย

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล