และแล้ว โรนัลด์ คูมัน ก็คุมทีม บาร์เซโลน่า ปราชัยต่อ เรอัล มาดริด ในเกม เอล กลาซิโก้ คาถิ่น คัมป์นู

 มันเป็นเกมแรกของกุนซือดัตช์ที่ได้คุมทีมเผชิญหน้ากับ ราชันชุดขาว
 ในฐานะอดีตขุนพลของ บาร์ซ่า ชุด “ดรีมทีม” ในยุคของ โยฮัน ครัฟฟ์ ยอดกุนซือชาวดัตช์ผู้ล่วงลับ คูมัน จึงกดดันไม่น้อยที่ถูกแฟนบอลตั้งความหวังว่าจะพาทีมกลับไปคว้าแชมป์ ลา ลีกา และ แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ

โรนัลด์ คูมัน

 อย่างไรก็ดี กลายเป็นว่าอดีตกองหลังแข้งหนักจำต้องพบกับความชอกช้ำกับการพ่ายให้กับทีมคู่แค้นอย่างน่าอัปยศ 3-1
 หากแต่กุนซือ บาร์ซ่า ก่อนหน้านี้มีผลงานเป็นอย่างไรกันบ้างในการประเดิมคุมทีมบู๊กับยักษ์ใหญ่จากเมืองหลวง
 เราย้อนเวลาไปหาคำตอบกันดูหน่อยเป็นไร

 เป๊ป กวาร์ดิโอล่า : บาร์ซ่า 2-0 เรอัล มาดริด (13/12/2008)

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

 ไม่เพียง กวาร์ดิโอล่า เท่านั้นที่ได้สัมผัสเกม เอล กลาซิโก ในฐานะโค้ชเป็นหนแรก
 หากแต่ ฆวนเด้ รามอส กุนซือ เรอัล มาดริด ก็ได้ต่อกรกับทีมดังแห่งกาตาลันหนแรกเช่นกัน
 กระนั้นก็ดี หลังจบ 90 นาที เป็นเจ้าบ้านที่แสดงให้เห็นว่ามีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งกว่าอาคันตุกะ
 แม้จะต้องรอจนถึงช่วงท้ายเกม แต่สองประตูจาก ซามูเอล เอโต้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ช่วยให้ บาร์ซ่า คว้าสามแต้ม ทำคะแนนหนีห่าง ราชันชุดขาว ในอันดับตารางออกไปอีก 12 แต้ม
 พร้อมกันนี้ บาร์ซ่า ซึ่งอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงยังสร้างสถิติกำชัยในลีกได้สิบนัดติดต่อกันอีกต่างหาก
 และไม่น่าเซอร์ไพรส์อะไรที่พวกเขาจะขยี้ เรอัล มาดริด ในเกมที่สองของซีซั่นเดียวกันนี้ด้วยสกอร์ 6-2 ก่อนคว้าแชมป์ไปได้แบบไม่ยาก
 ขณะเดียวกัน กวาร์ดิโอล่า ก็ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือที่คุมทีมชนะ เรอัล มาดริด ได้บ่อยครั้งที่สุดในทุกรายการของศตวรรษที่ 21 รวมสิบครั้ง เหนือกว่า เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ และ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ซึ่งมีผลงานเก้าครั้งเท่ากัน

 ติโต้ บิลาโนบา : บาร์ซ่า 2-2 เรอัล มาดริด (07/10/2012)

ติโต้ บิลาร์โนบา

 สองทีมคู่แค้นฟาดแข้งกันไปแล้วในเกม ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า ช่วงต้นซีซั่นโดย เรอัล มาดริด คว้าชัยด้วยกฏประตูทีมเยือน หลังจากต่างก็กำชัยได้คนละนัด
 อย่างไรก็ดี เกมแรกระหว่างสองคู่ปรับในลีกกระทิงดุซีซั่น 2012/13 ย่อมหนีไม่พ้นการดวลกันระหว่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เมสซี่ และทั้งคู่ต่างก็สอยตาข่ายได้ในเกมที่จบลงด้วยผลเสมอ 2-2
 ในเกมที่ว่านี้ โรนัลโด้ คลำเป้าพา ราชันชุดขาว นำหน้าไปก่อน และเป็นการทำประตูในเกม เอล กลาซิโก้ ได้เป็นสถิติหกเกมติดต่อกันสำหรับสตาร์ทีมชาติโปรตุเกส
 อย่างไรก็ดี หลังจาก เมสซี่ เหมายิงสองเม็ดพา บาร์ซ่า แซงนำ โรนัลโด้ ก็กดประตูตีเสมอได้ เป็นการเช็คบิลประตูที่ 160 จากการลงสนาม 155 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2009

 เคราร์โด้ มาร์ติโน่ : บาร์ซ่า 2-1 เรอัล มาดริด (23/10/2013)

เคราร์โด้ มาร์ติโน่

 ทุกสายตาพากันจับจ้องไปที่สองนักเตะใหม่ของท้้งสองฝ่าย เนย์มาร์ และ แกเร็ธ เบล ก่อนที่หัวหอกแซมบ้าจะลั่นกระสุนพา บาร์ซ่า นำหน้า
 จากนั้น อเล็กซิส ซานเชซ ก็บวกสกอร์เพิ่ม และแม้ เฆเซ่ โรดริเกซ จะยิงประตูตีไข่แตกได้ แต่สุดท้าย ราชันชุดขาว ก็ปราชัยจนโดนทีมจากกาตาลันทิ้งห่างเป็นหกแต้ม หลังจากผ่านพ้นเกมลีกสิบนัดแรก
 สรุปแล้ว สองทีมคู่อริจบซีซั่นโดยเก็บได้ 87 แต้มเท่ากัน แต่ไม่เป็นปัญหาว่าทีมไหนที่เป็นฝ่ายได้แชมป์เนื่องจาก แอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ลีกไปครองด้วยการโกยแต้มได้ 90 แต้ม

 หลุยส์ เอ็นรีเก้ : เรอัล มาดริด 3-1 บาร์ซ่า (25/10/2014)

หลุยส์ เอ็นรีเก้

 บาร์ซ่า ประกาศศักดาเก็บแต้มได้มากถึง 22 จาก 24 แต้ม แต่พวกเขากลับต้องบุกมาเสียท่าที่ เบร์นาเบว ในเดือนต.ค.2014
 หลุยส์ ซัวเรซ ซึ่งได้ประเดิมสนามให้กับ บาร์ซ่า หลังพ้นโทษแบนสี่เดือนข้อหากัด จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ผ่านบอลให้ เนย์มาร์ พังประตูออกนำ แต่เจ้าบ้านก็ตีเสมอได้สำเร็จ
 แน่นอนว่าเป็น โรนัลโด้ ที่กำลังเข้าฝักสังหารลูกโทษได้เป็นประตูที่ 21 ของตัวเองในซีซั่น ก่อนที่ เปเป้ และ คาริม เบนเซม่า จะพังประตูเพิ่มได้ในครึ่งหลัง

 เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ : เรอัล มาดริด 0-3 บาร์ซ่า (23/12/2017)

เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้

 ราชันชุดขาว ในฐานะแชมป์เก่าออกสตาร์ตซีซั่น 2017/18 ได้อย่างเลวร้าย และมันยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเมื่อถูก บาร์ซ่า บุกมาอัดถึง เบร์นาเบว พร้อมโกยแต้มหนีห่างเป็น 14 แต้ม
 ซัวเรซ , เมสซี่ และ อาร์ตูโร่ วิดาล ทำประตูได้คนละเม็ด อีกทั้ง เรอัล มาดริด ซึ่งสยบ บาร์ซ่า ได้ทั้งสองเกมของศึก ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า ก่อนเริ่มซีซั่นเสีย ดานี่ การ์บาฆาล ไปหนึ่งคนเนื่องจากทำแฮนด์บอลจนได้ใบแดง
 และนี่ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของศึก เอล กลาซิโก้ ที่ บาร์ซ่า กำราบ ราชันชุดขาว ในลีกที่ เบร์นาเบว ได้สามเกมติดต่อกัน

 กีเก้ เซเตียน : เรอัล มาดริด 2-0 บาร์ซ่า (01/03/2020)

กีเก้ เซเตียน

 เซเตียน ซึ่งเข้ามาคุมทีมแทน บัลเบร์เด้ ในเดือนม.ค. พา บาร์ซ่า กำชัยใน ลา ลีกา ได้สี่นัดติดต่อกัน ก่อนบุกมาเยือนทีมเมืองกรุง
 และแล้ว มันก็เป็นหายนะของทีมจากกาตาลันเนื่องจาก วินิซิอุส จูเนียร์ กับ มาเรียโน่ ดิอาซ ทำสกอร์ให้เจ้าบ้านได้โดยรายหลังได้ลงเล่นในลีกเป็นเกมแรกของซีซั่นด้วย
 ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้ ราชันชุดขาว กระโดดขึ้นเป็นจ่าฝูง และคว้าแชมป์ได้สำเร็จหลังจากโควิด-19 เบรกซีซั่นไประยะหนึ่ง
 สุดท้ายแล้ว เซเตียน ก็โดนปลดในเดือนส.ค.โดยเกมสุดท้ายของเขาเป็นการพาทีมแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างย่อยยับ 8-2
 รวมเบ็ดเสร็จ เซเตียน คุมทีม บาร์ซ่า ปราชัย 20% ในทุกรายการ (25 นัด ชนะ 16 เสมอ 4 แพ้ 5) ซึ่งเป็นสถิติความพ่ายแพ้ที่สูงที่สุดของกุนซือ บาร์ซ่า ทุกรายนับตั้งแต่ หลุยส์ ฟาน กัล (26% 200 นัด ชนะ 111 เสมอ 37 แพ้ 52)

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล

ช่วยแชร์หน่อยนะ