ไฮไลท์ฟุตบอล : ได้แชมป์ทั้งที ไม่มีเหรียญได้ไง?

132
medals

หากยังจำกันได้ ตอนที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้ เกิดดราม่าขึ้นเมื่อทางพรีเมียร์ลีกมอบเหรียญรางวัลให้เพียงแค่ 40 เหรียญ แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มองว่าไม่ยุติธรรมที่มีการจำกัดจำนวนเหรียญ

 

พรีเมียร์ลีกมีข้อกำหนดว่า นักเตะที่ลงสนามไม่ครบตามเกณฑ์จะไม่ได้เหรียญแชมป์ แต่ในมุมมองของ คล็อปป์ ถือว่าเป็นผู้เล่นของทีมเพราะทำการฝึกซ้อมร่วมกันมาตลอดฤดูกาล ก็น่าจะได้รับเกียรติยศดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ในอดีตมีนักเตะชื่อดังหลายคนที่เคยเป็นแชมป์แล้ว แต่ไม่ได้รับเหรียญหลายคน เอ่ยชื่อแล้วเราจะอึ้งว่าพวกเขาเหล่านี้ก็โดนเทโดยพรีเมียร์ลีกมาแล้ว

Gary-Nevilles

1.แกรี่ เนวิลล์

ฟูลแบ็คระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกร่วมกับทีมปีศาจแดงมาได้ทั้งหมด 8 ครั้ง แต่จริงๆ แล้ว ในรอบ 17 ปีที่เขาลงเล่นกับทีม เขามีสิทธิ์จะได้แชมป์ถึง 10 ครั้งด้วยกัน แต่อีก 2 ครั้งเป็นปีเปิดหัวและปิดท้ายที่เขาไม่ได้รับเหรียญรางวัล แม้ว่า 2 ปีดังกล่าวทีมจะเป็นแชมป์ก็ตาม

เริ่มต้นในฤดูกาล 1993-94 ซึ่งเป็นฤดูกาลเปิดตัวของเขา แกรี่ เนวิลล์ ได้ลงสนามให้ทีมเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น จึงหมดสิทธิ์รับเหรียญรางวัล เช่นเดียวกับฤดูกาล 2009-10 ที่ทีมปีศาจแดงได้แชมป์เช่นกัน แต่แกรี่ เนวิลล์ ลงสนามให้ทีมเพียงแค่ 4 นัด ก่อนตัดสินใจอำลาทีมไปหลังจากผ่านไปครึ่งฤดูกาล

 

2.โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์

ยอดดาวยิงระดับแนวหน้าของพรีเมียร์ลีก เพิ่งสัมผัสการเป็นแชมป์พรีเมียร์อย่างเต็มตัวร่วมกับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้ ทั้งที่ความจริง นี่น่าจะเป็นครั้งที่ 2 แล้ว

ย้อนหลังไปในฤดูกาล 2014-15 สมัยที่เขายังเป็นพลพรรคนักเตะของเชลซีอยู่ ในฤดูกาลดังกล่าวแม้ว่า เชลซี จะคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เขามีโอกาสลงสนามให้ทีมเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้ ฟิออเรนติน่า ยืมตัวไปใช้งาน ชื่อของเขาถูกแทนที่โดย ฮวน กวาดราโด้ ที่ได้ลงเล่นถึง 14 นัด แม้ว่า กวาดราโด้ ผู้เล่นที่ล้มเหลวกับ เชลซี แต่ก็ยังได้เหรียญไปเชยชม

 

3.โอเว่น ฮาร์กรีฟส์

มิดฟิลด์ที่ฉายฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อสวมชุดทีมชาติอังกฤษ และโดดเด่นอยู่กับบาเยิร์น มิวนิค ก่อนจะย้ายมาสังกัดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งที่นี่ กลายเป็นสถานพยาบาลให้กับเขา จึงไม่น่าแปลกใจหากว่าเขาจะไม่ได้รับเหรียญรางวัลร่วมกับทีมปีศาจแดง

โอกรีฟส์ มีอาการบาดเจ็บรุมเร้าอย่างหนักในช่วงที่ทีมเป็นแชมป์  ฤดูกาล 2007-08 เป็นปีที่เขาได้สัมผัสรางวัลชนะเลิศร่วมกับทีม แต่ในระหว่างปี 2009 และ 2011 นั้น เป็นปีที่แม้ว่าทีมปีศาจแดงยังครองความยิ่งใหญ่ แต่ ฮาร์กรีฟส์ แทบไม่ได้สัมผัสเกมในสนามแข่งขันเลย และเหรียญรางวัลนี้ก็ไม่ได้มีไว้ให้นักเตะที่อยู่ในผู้ชมอยู่ข้างสนาม

batty

4.เดวิด แบ๊ตตี้

มิดฟิลด์ฮาร์ดแมนชื่อดังทีมชาติอังกฤษ สังกัดสโมสร แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ในยุคที่ทีมกุหลาบไฟสร้างความตื่นตะลึงด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 1995 ได้เป็นผลสำเร็จ โดยมี อลัน เชียเรอร์และคริส ซัตตัน เป็นคู่หัวหอกที่ร้อนแรงแห่งยุคและมี เคนนี่ ดัลกลิช เป็นผู้จัดการทีม

แต่ในฤดูกาลดังกล่าว แม้ว่าสโมสรจะเสนอเหรียญรางวัลชนะเลิศให้แก่เขา แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เพราะรู้ดีว่าตนเองแทบจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จนี้เลย เนื่องจากลงสนามไปเพียงแค่ 5 นัดเท่านั้น ซึ่งยุคนั้นการจะได้เหรียญรางวัล ต้องมีส่วนร่วม 10 นัดด้วยกัน ทำให้เขาไม่เคยสัมผัสเหรียญรางวัลชนะเลิศพรีเมียร์ลีกเลยตลอดอาชีพนักเตะ เพราะการเล่นกับนิวคาสเซิ่ล ก็ทำได้ดีที่สุดแค่การเป็นรองแชมป์เท่านั้น

แบบนี้ต้องถือว่าเป็นลูกผู้ชายตัวจริงที่ยึดถือความถูกต้องเป็นที่สุด

 

5.เฟรเดริโก้ มาเคด้า

สำหรับยอดตัวสำรองที่ลงมาสร้างชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในฐานะ ดาวรุ่งแห่งค่ายปีศาจแดง เมื่อเป็นผู้ลงมายิงประตูชัยให้ทีมเอาชนะ แอสตัน วิลล่าได้ 3-2 และเป็นหนึ่งในเกมสำคัญที่ส่งผลให้ทีมสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในที่สุดในปี 2009

แต่ มาเคด้า ก็ไม่ได้สัมผัสเหรียญรางวัลดังกล่าว แม้จะเป็นฮีโร่ของทีมก็ตาม เพราะลงสนามให้กับทีมเพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น ก่อนที่สถานการณ์เดียวกันจะมาซ้ำรอยในปี 2011 เพราะเขาก็ไม่ได้รับโอกาสลงสนามพอที่จะรับเกียรติยศดังกล่าว แม้ว่าทีมจะไปถึงแชมป์ได้ในที่สุด

 

6.สก็อตต์ ปาร์เกอร์

ผู้จัดการทีม ฟูแล่ม คนนี้ ได้รับคำชื่นชมสมัยเป็นนักเตะว่าเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญจนถึงขนาดติดทีมชาติอังกฤษเลยทีเดียว แต่ในช่วงที่เขาถูก โชเซ่ มูรินโญ่ คว้าตัวไปร่วมทัพ เชลซี ในปี 2004 เขาไม่ดีพอสำหรับกุนซือชื่อดังในตอนนั้น

เชลซี ล้างอาถรรพ์พาทีมผงาดครองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ก็จริง แต่ ปาร์คเกอร์ ได้ลงเล่นเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น จึงทำได้แค่มองตาปริบๆ ที่เห็นเพื่อนร่วมทีมฉลองชัยกันอย่างสุดเหวี่ยง และท้ายที่สุด ตลอดชีวิตนักเตะ เขาก็ไม่เคยมีโอกาสเข้าใกล้กับความสำเร็จเช่นนี้อีกเลย

หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปเล่นกับ นิวคาสเซิ่ล, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, สเปอร์ส และ ฟูแล่ม ที่ไม่มีศักยภาพพอที่จะไปถึงแชมป์ จึงทำให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมนั้นเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ดี แต่ไม่มีเหรียญที่ระลึก

 

7.เนมันย่า มาติช

มิดฟิลด์ตัวรับคนเก่งที่กลับมาโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม และเพิ่งต่อสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไป น่าจะมีความสำเร็จพกติดตัวเองบ้างถึง 2 ครั้ง

แต่ในช่วงเวลาที่ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2015 และ 2017 นั้น เขาเข้าร่วมทีมเชลซีตั้งแต่ฤดูกาล 2009-10 โดย คาร์โล อันเชล็อตติ เป็นนายใหญ่ ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวให้กับ เบนฟิก้า ยืมไปใช้งาน และมีโอกาสสัมผัสแชมป์โปรตุเกสในปี 2013 ก่อนจะเดินทางกลับมายัง เชลซี อีกครั้ง และแม้ว่าเชลซีจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม แต่ช่วงนั้น เขาก็มีดีพอแค่การนั่งเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่

 

8.เวส บราวน์

กองหลังที่ถูกดันขึ้นมาจาก อะแคเดมี่ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  และสามารถสัมผัสการเป็นแชมป์ร่วมกับทีมได้ถึง 5 สมัย ในยุคเกรียงไกรของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่ในฤดูกาล 2008-09 เขาควรจะได้รับเหรียญรางวัลเพิ่มเติม แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่มารุมเร้าตลอดปี ทำให้เขาได้ลงสัมผัสเกมแค่ 8 นัด ซึ่งเวลานั้น ตัวเลข 10 เกมคือเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้เขาชวดเหรียญรางวัลไปอย่างน่าเสียดาย เช่นเดียวกับในอีกสองปีต่อมา ที่อาการบาดเจ็บ พรากการลงสนามของเขาไปอีกครั้งหนึ่ง

 

9.ไมก้า ริชาร์ดส์

ฟูลแบ็คจอมลุยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเวลานั้น ว่ากันแล้ว ถือเป็นกองหลังระดับแนวหน้าของอังกฤษเลยทีเดียว เพราะในปี 2012 ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผงาดขึ้นครองแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นสมัยแรก เขาคือกำลังสำคัญตัวหลักที่ทีมจะขาดไม่ได้เลยทีเดียว

แต่ในอีก 2 ปีต่อมา เขาได้รับโอกาสลงสนามน้อยมากๆ แม้ว่าทีมตราเรือใบจะกลับมาประสบความสำเร็จแซง ลิเวอร์พูล เข้าป้ายเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง แต่เขาก็หมดสิทธิ์รับเหรียญรางวัลร่วมกับทีม เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าไม่เลิก

ตลอดปีนั้นเขาได้เล่นให้ทีมแค่ 2 นัด ก่อนที่ท้ายที่สุด จะถูกทีมปล่อยตัวออกไปให้ ฟิออเรนติน่า ยืมใช้งาน และย้ายทีมอย่างถาวรเมื่อจบปี 2015 ไปในที่สุด

kramaric

10.อังเดร ครามาริช

เลสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มทุนสร้างด้วยการควักเงินถึง 9 ล้านปอนด์เป็นสถิติสโมสร คว้าหัวหอกโครเอเชียอย่าง อังเดร ครามาริช ในปี 2015 แต่เป็นการลงทุนที่ล้มเหลว และขาดทุนย่อยยับ ยังโชคดีที่ เจมี่ วาร์ดี้ อดีตหัวหอกจากทีมนอกลีก กลายเป็นดาวยิงฟอร์มร้อนแรงของทีมแทน ทำให้ชดเชยในสิ่งที่พลพรรคสุนัขจิ้งจอกลงทุนผิดพลาดไป

ที่สุดแล้ว เลสเตอร์ ซิตี้ ก็สามารถหักปากกาเซียนทุกด้าน ปราบทีมชั้นนำก้าวขึ้นเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้อย่างพลิกล็อควินาศสันตะโร แต่ ครามาริช แทบจะไม่มีส่วนร่วมในการเล่นเลย ที่สุดแล้วก็ถูกปล่อยให้ ฮอฟเฟ่นไฮมน์ ยืมตัวไปใช้งานในที่สุด ดังนั้นเรื่องเหรียญรางวัล ก็ลืมไปได้เลย

ในเรื่องการได้เหรียญแชมป์ยังคงเป็นการมองคนละมุมของโค้ชกับบอร์ดของพรีเมียร์ลีก แต่ตอนนี้นักเตะที่อยากได้เหรียญก็ต้องพยายามกันให้มากๆ เพื่อให้ถึงเกณฑ์ที่จะได้รับเหรียญ เอาเป็นว่า ขอให้ทุกคนสู้ๆ นะคร้าบบบบบบบ ไฟติ้ง !!!!

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล