เราคงได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ชีวิตการค้าแข้งนั้นสั้น” แต่กับกองหน้าอย่าง อาริตซ์ อาดูริซ ถือว่าโลดโผนจนคุ้มค่าแล้วเหมือนกัน

อาดูริซ เพิ่งประกาศเลิกเล่นฟุตบอลไปเมื่อคืนวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งไม่น่าแปลกใจอะไรเลย โดยเฉพาะในวัย 39 ปี ต้องบอกว่าดูแลร่างกายมาดีเกินคาดด้วยซ้ำ
“ผมพูดมาเสมอ ว่าฟุตบอลจะไปจากคุณ ก่อนที่คุณจะไปจากมัน” ในความหมายของกองหน้าจอมเก๋า คือนักฟุตบอลมักจะเล่นไม่ไหวก่อนที่จะหมดสนุก
“เมื่อวานแพทย์บอกว่าไม่ช้าก็เร็ว ผมต้องใส่อุปกรณ์เทียมที่บริเวณสะโพก ดังนั้นผมจึงคิดว่าร่างกายคงต้องการบอกว่าพอแล้ว”

AritzAdu3332

อาดูริซ เป็นที่รู้จักกันดีช่วงเล่นให้ แอธเลติก บิลเบา และเจ้าตัวไม่ใช่คนไกลเพราะรับใช้ยอดทีมแห่งแคว้นบาสก์ ถึง 3 ครั้ง คือปี 2002-2003, 2006-2008 และ 2012 ถึงปัจจุบัน
กองหน้าที่เกิดใน ซาน เซบาสเตียน (แคว้นบาสก์) เริ่มอาชีพกับออร์เรร่า ทีมระดับล่าง ก่อนมาไต่เต้ากับบิลเบาในสมัยแรก และต้องพิสูจน์ตัวเองจากทีมสำรองก่อน ซึ่งแม้จะแทรกขึ้นมาได้ ก็ยังไม่มีบทบาทอะไร โดยปีแรกที่สัมผัสศึกลา ลีกา ลงสนามไปแค่ 3 นัด (ซีซั่น2002/03)
ด้วยเหตุนั้นจึงต้องตระเวนไปเล่นกับ เบอร์กอส ตามด้วย เรอัล บายาโดลิด ก่อนกลับสู่อ้อมอกบิลเบาอีกครั้งในปี 2005 คราวนี้ปักหลักนานหน่อย รวมแล้ว 3 ฤดูกาล ยิงรวม 23 ประตู
เรอัล มายอร์ก้า กับ บาเลนเซีย คือสองสังกัดของอาดูริซหลังจากนั้น ช่วงนั้นเองที่เจ้าตัวมีผลงานดีจนถูกเรียกตัวติดทีมชาติสเปนครั้งแรกในชีวิต และสานต่อโอกาสจนติดทีม “กระทิงดุ” ชุดลุยศึกยูโร 2016

Adurizbyee

สเปนเคยมียุคยิ่งใหญ่จากการคว้าแชมป์สามรายการติด ไล่ตั้งแต่ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และ ยูโร 2012 กองหน้าอย่าง เฟร์นานโด ตอร์เรส อาจอยู่ครบทั้งสามทัวร์นาเมนต์ แต่กับ อาดูริซ แม้จะไม่มีโอกาสแบบนั้น แต่อย่างน้อยขึ้นชื่อว่ามีโชคชะตาในการเล่นทีมชาติเหมือนคนอื่นเขา
อาดูริซ ไม่เคยติดทีมชาติสเปนก่อนอายุ 29 ปี นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่า เจ้าตัวมี “ความเป็นนักสู้” และพยายาม “มุ่งมั่น” จนไปถึงจุดที่ใฝ่ฝันสำเร็จ
หลังมีทักษะกลมกล่อม อาดูริซโยกกลับมา ซาน มาเมส อีกครั้งในปี 2012 และก็ใช้ประสบการณ์ช่วยทีมได้เป็นอย่างดี ก่อนมาถึงซีซั่นนี้ที่อาการบาดเจ็บมารบกวน จนทำให้ลงสนามแบบสภาพไม่เต็มร้อย จึงต้องอำลาวงการในที่สุด

Adurizkui

“ผมไม่อาจช่วยทีมได้ในแบบที่เคยทำ ตามที่ทีมสมควรได้รับ แต่นั่นก็เป็นเรื่องธรรมดาของนักกีฬา”
“น่าเสียดาย ที่เรายังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายและเจ็บปวด การระบาดของไวรัสสร้างความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้ แต่เราจะสู้ไปด้วยกัน”
อาดูริซ มีกำหนดลงสนามส่งท้ายให้บิลเบาให้เกม โคปา เดล เรย์ นัดชิงชนะเลิศที่จะพบกับ เรอัล โซเซียดาด ที่ตามกำหนดป่านนี้ต้องลงเล่นกันไปแล้ว แต่จากวิกฤติไวรัสโคโรน่าไม่ปราณีโลก ทำให้เกมนี้ยังไม่มีกำหนดวันแข่งแน่นอน และบางทีอาจต้องยกเลิกเลยด้วยซ้ำ
“เราลืมเรื่องนัดชิงชนะเลิศในฝันไปก่อน เพราะเราจะได้มีเวลากล่าวอำลากัน ใช่แล้วครับ นี่คือเวลาที่ผมจะกล่าว Goodbye ผมมาสุดเส้นทางแล้ว แต่มันยิ่งใหญ่และไม่มีทางลืมเลือนตั้งแต่ต้นจนจบ ขอบคุณจากใจจริง”
AritzAde33
คำอำลาในทวีตเตอร์ ของอาดูริซ
เราทุกคนก็คงเสียดาย ที่จะไม่ได้เห็นดาวยิงจอมเก๋าส่งท้ายอาชีพในแบบที่สมควร แต่มองอีกมุม การไม่ได้ลงสนามอีกต่อจากนี้ ไม่ได้พรากคุณค่าและความยิ่งใหญ่ไปจากตำนานชาวบาสก์คนนี้แม้แต่น้อย
โดยเฉพาะในความรู้สึกของแฟนบอลบิลเบา ทีมที่เจ้าตัวรับใช้ถึงสามช่วงเวลา และทิ้งสถิติน่าทึ่ง โดยถล่มตาข่าย 141 ประตู จากการลงสนาม 296 นัด เอาไว้เบื้องหลัง

ไฮไลท์ฟุตบอล, ผลบอล